เชื่อลุงเลย! ในพื้นที่แค่ 1 ไร่ สามารถทำได้ 6 แสน ต่อปี และถ้า 10 ไร่ละ 6 ล้าน ทำแค่นี้เอง เศรษฐกิจพอเพียงจริงๆ

loading...

                ปรัชญา “เศรษฐกิจพอเพียง” เป็นองค์ความรู้ที่สามารถทำได้จริง ทำได้อย่างยั่งยืน และทำได้อย่างไม่ยากเกินไปนัก อย่าง ลุงประทีป มายิ้ม เกษตรกรเจ้าของ ศูนย์การเรียนรู้ชีววิถีเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน สวนพออยู่พอกิน บ้านมายิ้ม อ.บางละมุง จ.ชลบุรี ที่ปัจจุบันเป็นเจ้าของที่ดินเพียง 1 ไร่ แต่ปีๆ หนึ่งทำงานได้หลายแสน ด้วยการยึดหลักการใช้ประโยชน์ที่ดินอย่างเต็มที่ ดำเนินชีวิตแบบพออยู่พอกิน และพึ่งพาตนเองได้ด้วยการทำการเกษตรแบบธรรมชาติ


                โดยพื้นที่ 1 ไร่ของคุณลุงประทีปนั้นแบ่งออกเป็น 4 ส่วน ดังนี้
                ส่วนที่ 1 พื้นที่ 4 ตารางวา เป็นพื้นที่ทำปุ๋ยหมัก น้ำหมักชีวภาพและสารกำจัดศัตรูพืช

                ส่วนที่ 2 ปลูกพืชผักสวนครัวไทยๆ ไม่ว่าจะเป็น ข่า ตะไคร้ กระวาน ผักชี ขึ้นฉ่าย ฟักทอง โหระพา กะเพรา พริก    มะเขือ มะกรูด มะนาว มะละกอ ฟัก แฟง แตงกวา โดยเพียงแค่มะละกอ 200 ต้นที่คุณลุงประทีปปลูกไว้ก็     สามารถเก็บผลขายได้ทุกวัน วันละ 20 กก. ขายได้กก. ละ 15 บาท ส่วนพืชผักอื่นๆ ก็ยังเก็บขายได้อยู่ตลอด ซึ่ง             ทำให้คุณลงมีรายได้รวมในส่วนของแปลงผักเฉลี่ยแล้วเดือนละ 24,000 บาท


                ส่วนที่ 3 พื้นที่ 2.5 ตาราวา เป็นส่วนของการเลี้ยงสัตว์ ซึ่งแบ่งครึ่งเป็นเลี้ยงเป็ดไข่ 10 ตัว เลี้ยงไก่ไข่ 10 ตัว ออก    ไข่ทุกวัน และมีแม่ค้ามารับได้อีกเดือนละ 1,000 บาท


                ส่วนที่ 4 บ่อเลี้ยงสัตว์น้ำ มีจำนวน 2 บ่อ ดังนี้
-          บ่อที่ 1 ขนาด 2 ตารางวา เลี้ยงพ่อแม่พันธุ์ปลาดุก โดยมีพ่อพันธุ์ 20 ตัว แม่พันธุ์ 100 ตัว จะได้ลูกพันธุ์ไปขายตัวละ 1 บาท ซึ่งคุณลุงจะขายเฉพาะลูกปลา ส่วนที่เหลือใช้ประโยชน์ด้วยการไว้กินแมลงศัตรูพืช ทำให้ปลาดุกมีอาหารกินฟรีๆ รายได้ตรงส่วนนี้ประมาณ 10,000 บาทต่อเดือน
-          บ่อที่ 2 ขนาด 11 ตารางวา ก่ออิฐเลี้ยง กุ้ง 4 ชนิด ดังนี้ กุ้งก้ามแดง, กุ้งก้ามกราม, กุ้งแม่น้ำ, กุ้งฝอย เลี้ยงปลา 3 ชนิด ดังนี้ ปลานิล, ปลาตะเพียน, ปลาคาร์ฟ เลี้ยงห้อง 2 ชนิด ดังนี้ หอยขม, หอยโข่ง โดยวิธีการเลี้ยงของลุงจะให้พื้นบ่อเป็นดิน เลี้ยงแบบธรรมชาติ ให้สัตว์น้ำได้ผสมพันธุ์ออกลูกกันเอง ไม่ได้เลี้ยงอาหารเม็ด คุณลุงประทีปให้กินแหน สาหร่าย ผักกระเฉด ผักบุ้ง และยังปลูกข้าวเพื่อนำร่วงข้าวมาไว้ให้สัตว์น้ำกินอีกด้วย โดยใน 1 ปี กุ้งก้ามแดงจะจับขายได้ประมาณ 1.5 แสนบาท กุ้งก้ามกราม ปีหนึ่งจับได้ 2 ครั้ง เป็นเงิน 14,000 บาท และกุ้งแม่น้ำ ได้ปีละ 1 ครั้ง  2,400 บาท ซึ่งจะจับเฉพาะตัวใหญ่ ตัวเล็กจะเลี้ยงจนหว่าจะโตแล้วค่อยจับขาย เพื่อให้กุ้งได้จับคู่ผสมพันธุ์กันเองออกลูกหลานให้เลี้ยงแบบไม่รู้จบ ในส่วนของปลา เริ่มที่ปลาตะเพียน 10 ตัว ที่คุณลุงประทีปเลี้ยงไว้เพ่อตรวจจับคุณภาพของน้ำเท่านั้น หากวันไหนที่ปลาตะเพียนลอยหัวขึ้น แปลว่าต้องทำการเปลี่ยนน้ำได้แล้ว ปลานิลเลี้ยงไว้ 10 คู่ ออกลูกมาให้จับขายปีละ 3 ครั้งๆ ละ 20 กก. ปีหนึ่ง 2,400 บาท ส่วนปลาคาร์พ ซื้อลูกปลาตัวละ 5 บาท มาเลี้ยง 4-5 เดือน เอาไปขายร้านปลาสวยงามได้ตัวละ 80 บาท มาที่หอยขมและหอยโข่ง คุณลุงเลี้ยงไว้เพื่อช่วยกำจัดสิ่งสกปรกที่ก้นบ่อ โดยตอนแรกปล่อยลูกพันธุ์อย่างละ 1-2 กก. พอเลี้ยงจนโตออกลูกออกหลาน ก็สามารถจับขายได้ทุกสัปดาห์ หอยขมได้ 200 บาท หอยโข่ง 300 บาท โดยเฉลี่ยแล้ว ปีละ 26,000 บาท


                เมื่อคำนวณโดยรวมแล้ว คุณลุงประทีป มีรายได้ต่อไปไม่ต่ำว่า 6 แสนบาท โดยใช้พื้นที่เพียง 1 ไร่เท่านั้น  นี่เป็น 1 ตัวอย่างที่ดีในการดำเนินชีวิตแบบ “เศรษฐกิจพอเพียง” ที่ช่วยให้อยู่กับธรรมชาติและใช้ประโยชน์จากธรรมชาติได้อย่างยั่งยืน


ขอบคุณรูปและข้อมูล www.thairath.co.th/content/536759
Cr รูป https://www.facebook.com/mayimgarden/posts/917736528323582