หนุ่มวิศวกรผันตัวมา “ปลูกข่า” สร้างรายได้ 3-6 แสนวัน (ไปดูกันว่าทำยังไง)

loading...

อาชีพต่างๆถือว่าเป็นสิ่งที่มนุษย์เราทุกคนมีไว้เพื่อการดำรงชีพ โดยส่วนมากเรามักเรียนให้ตรงกับความต้องการในการประกอบอาชีพเพื่อช่วยให้มีความรู้ทั้งแบบทักษะพื้นฐานและเฉพาะเพื่อใช้ในการทำงานได้อย่างถูกต้อง แต่ได้มีหนุ่มวิศวกรรายหนึ่งคิดที่จะเปลี่ยนแนวทางในการทำงานของตนเองและสร้างอาชีพใหม่ให้กับตัวเองด้วยการหันมาทำสวนหรือประกอบอาชีพเกษตรกรแทนการทำงานวิศวกรออกแบบตามที่เขาได้ร่ำเรียนมา แล้วอะไรคือเหตุผลที่ทำให้หนุ่มวิศวกรออกแบบคนนี้หันมาให้ความสนใจในการทำสวนเพื่อประกอบอาชีพแทนการทำงานตรงสายแบบที่ควรจะเป็น


หนุ่มวิศวกรคนนี้มีชื่อว่าคุณราชพฤกษ์ หรือคุณเบียร์ โดยคุณเบียร์บอกกับเราว่าเดิมทีทำงานเป็นวิศวกร จนกระทั่งวันหนังเขามีโอกาสได้ออกแบบโรงงานให้บริษัทใหญ่ๆที่มีธุรกิจเกี่ยวกับเครื่องปรุง เขาจึงได้เรียนรู้ระบบการทำงาน โปรเซสต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการผลิต การขนส่ง  ผมรู้สึกสนใจเป็นอย่างมากหลังฉะนั้นหลังจากเสร็จสิ้นงานวิศวกรเป็นที่เรียบร้อย จึงได้ศึกษาเรื่องข่าเป็นระยะเวลาถึง 2 ปี และยังเข้าไปดูงานในโรงงานผลิตเครื่องปรุง พร้อมทั้งสอบถามข้อมูลต่างๆเกี่ยวกับถึงที่มาที่ไปว่าข่าที่ดีนั้นจำเป็นจะต้องรับส่งมาจากสวนที่ไหนและอย่างไร ซึ่งความรู้ที่คุณเบียร์ได้มาเกี่ยวกับการปลูกและเพาะพันธุ์ข่านั้นเขาได้นำมาประยุกต์ใช้ตั้งแต่กระบวนการคัดเลือกพันธุ์ จัดเตรียมดิน วิธีการเพาะปลูกและรวมไปถึงวิธีทำการตลาด  ขั้นตอนแรกคือการคัดเลือกพันธุ์ข่า โดยคุณเบียร์ให้ข้อสังเกตุว่าควรใช้ท่อนพันธุ์ข่าที่มาจากต้นแม่ที่มีอายุ 1 ปีขึ้นไป เพราตาของมันจะมีจำนวนมากและรากงอกใหม่ได้ง่าย ให้ทำการแยกแง่ง ตัดใบ ตัดรากออกให้หมดพร้อมกับล้างน้ำให้สะอาด จากนั้นเตรียมดินโดยให้ใช้จอบขุดหลุมลึกประมาณ 1 หน้าจอบ จึงนำเหง้าข่าที่เตรียมไว้ใส่ในหลุมพร้อมกลบดินและรดน้ำพอชุ่ม โดยวิธีในการปลูกนั้นเราสามารถปลูกได้ทั้งหมด 3 แบบ ได้แก่

1.ปลูกแบบใช้ท่อนพันธุ์ข่า 1 เหง้า เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการทดลองปลูกข่า จำนวนไม่มากเสียก่อน ช่วยประหยัดและลดค่าต้นทุนเป็นอย่างมากเนื่องจากใช้ลงทุนค่าพันธ์เพียง ประมาณ 15,000 บาทต่อไร่ ให้ผลผลิตอยู่ที่ประมาณ 45,000 บาทต่อไร่ โดยผู้ปลูกต้องทำการเว้นระยะห่างระหว่างกอและแถว 60×80 ซม.
2.ปลูกแบบใช้ท่อนพันธุ์ข่า 2 เหง้า ผุ้ปลูกจะใช้เงินลงทุนค่าพันธุ์อยู่ที่ประมาณ 30,000 บาทต่อไร่ เหมาะสำหรับผู้ที่มีพื้นที่จำนวนหนึ่งและเริ่มมีฐานตลาดรับซื้อรองรับอยู่พอประมาณ โดยสามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตได้ 90,000 บาทต่อไร่ ขนาดของแปลงปลูกจะต้องเว้นระยะห่างระหว่างกอและแถว 80×80 ซม.
3.ปลุกแบบใช้ท่อนพันธุ์ข่า 3 เหง้า การปลูกแบบนี้เหมาะสำหรับผู้ที่เพาะปลูกข่าเป็นอาชีพหลัก เนื่องจากให้ผลผลิตเก็บเกี่ยวได้สูงถึง 120,000-135,000 บาทต่อไร่ แต่จำเป็นต้องใช้เงินลงทุนค่าพันธุ์ 45,000 บาทต่อไร่ เก็บระยะห่างระหว่างก่อเพียง 1×1 เมตร
คุณเบียร์ให้คำแนะนำในการดูแลสวนว่า หลังจากปลูกต้นข่าครบ 3 สัปดาห์ ต้นข่าจะเริ่มตายและแตกหน่อขึ้นมาใหม่ ซึ่งถือว่าเป็นธรรมชาติของพืชข่า เมื่อมีอายุ 4 สัปดาห์ ต้นข่าจะงอกออกใหม่และโตขึ้นเรื่อย ๆ ให้ผู้ปลูกทำการใส่ปุ๋ยยูเรียสูตร 46-0-0 ที่บริเวณกอข่าประมาณ 10 เม็ดต่อสัปดาห์ จนครบ 4 เดือนจึงเปลี่ยนสูตรปุ๋ยเป็น 0-0-60 และเพิ่มปริมาณของปุ๋ยขึ้นอีก 1 เท่าทุกๆ 15 วัน การให้น้ำกับข่าถือว่าเป็นเรื่องสำคัญเพราะต้งดูแลดินให้มีความชุ่มชื่นอยู่เสมอ แต่ไม่ควรให้น้ำทุกวันเพราะอาจจะทำให้ต้นข่าเน่าเสียได้ ไม่ควรใช้ปุ๋ยชีวภาพหรือปุ๋ยคอก เช่น มูลสัตว์ต่างๆ แต่สามารถใช้มูลโคแห้งประมาณ 1 กระสอบ ผสมเข้ากับ EM ขยายตัวอีก 1 ลิตร จากนั้นหมักทิ้งไว้อย่างน้อย 3 วัน เพื่อใช้ผสมกับน้ำและรดแปลงข่าให้ทั่วแต่ผู้ปลูกต้องคอยดูแลไม่ให้เกิดแมลงต่างๆรบกวนโดยปกติแล้วต้นข่าที่เราเห็นนี้สามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตได้นานถึง 10 ปีเลยทีเดียว เกษตรกรสามารถเก็บเกี่ยวได้ทุกๆ 6 เดือน เพียงหมั่นดูแลให้ต้นข่าแตกหน่อออกมาเรื่องๆ ซึ่งการเก็บข่าที่ถูกวิธีนั้นควรขุดข่าที่ต้องการเก็บเพียง 3 หลุม จากทั้งหมด 4 หลุม เพื่อให้ข่าสามารถเติบโตขึ้นมาใหม่ได้โดยที่ไม่เสียเวลาในการเก็บเกี่ยวครั้งต่อไป ส่วนราคาขายของข่าจะแบ่งออกเป็นสองแบบใหญ่ๆ คือ  ข่าอ่อน คือข่าที่เก็บเกี่ยวในช่วงเดือนที่ 6  ราคาจะอยู่ที่ 30 บาทต่อ 1 กิโลกรัม ส่วนข่าแก่ที่มีอายุ 8 เดือน ราคาจะอยู่ที่ 10-15 บาทต่อ 1 กิโลกรัม ซึ่งตลาดหลักๆ ของการส่งขายข่าคือโรงงานผลิตเครื่องปรุงอาหารต่างๆ ซึ่งมียอดการรับซื้อวันต่อวันสูงถึง 10 ตัน ตีเป็นจำนวนเงินได้ 300,000-600,000 บาท

คุณเบียร์ยังได้วางแผนในการขยายกิจการและการเพาะปลูกในอนาคตไว้ว่า เขาจะขยายแปลงข่าอีก 20 ไร่ พร้อมทั้งรับซื้อข่าจากชาวสวนทั่วไปเพื่อช่วยขยายตลาดรับซื้อข่าให้กับเกษตรกรที่สนใจ ถือว่าเป็นแนวทางในการทำเกษตรแบบครบวงจร สามารถรับซื้อ ผลิตและส่งขายรวมอยู่ด้วยกันทั้งหมด ซึ่งถือว่าเขาสามารถดึงเอาความสนใจของตนเอง ความรู้ที่ได้ศึกษาใหม่ และนำเอาความตั้งใจมาใช้เพื่อพัฒนาตนเองและเลือกประกอบอาชีพสวนข่านี้ได้อย่างสมบูรณ์แบบ

ขอบคุณรูปและข้อมูลจาก: http://www.bangkokbanksme.com/article/3947