ประโยชน์ของจุลินทรีย์สังเคราะห์แสงมีดีกว่าที่คุณคิด

loading...

จุลินทรีย์สังเคราะห์แสง มีประโยชน์หลายอย่าง ช่วยให้เกษตรกรมีทางออก ไม่หันไปพึ่งสารเคมีให้เสียเวลา และเสียสุขภาพ ประโยชน์ของจุลินทรีย์สังเคราะห์มีดังนี้

ประโยชน์ในดิน
-          ลดการใช้ปุ๋ยเคมีในดิน ช่วยเพิ่มไนโตรเจน
-          เก็บเกี่ยวได้มากขึ้น ทำให้พืชโตเร็วแม้แสงน้อย
-          เพิ่มกรดและแร่ธาตุต่างๆ ที่จำเป็นในดิน ทำให้รากแข็งแร็ง
-          ป้องกันไม่ให้ดินเป็นกรด
-          ป้องกันการเกิดขึ้นของแบคทีเรียบาซิลลัส

ประโยชน์กับพืช
-          เพิ่มไนโตรเจนให้กับพืช
-          ช่วยกำจัดแก็สไข่เน่าที่เกิดจากการย่อยสลาย ซึ่งเป็นอันตรายต่อรากพืช
-          ย่อยสลายแร่ธาตุในดิน พืชนำมาใช้แล้วโตเร็วขึ้น
-          ทำให้พืชใบเขียวนาน ไม่เหี่ยวง่าย เพราะทำการรีไซเคิลให้กับคาร์บอน ไนโตรเจน และซัลเฟอร์
-          พืชโตไว แข็งแรง มีรสชาติ
-          ทำให้พืชมากแข็งแรง สามารถดูดซึมสารอาหารได้มากขึ้น
-          ลดต้นทุนการใช้สารเคมีถึง 50 %
-          เพิ่มผลผลิต 30% เนื่องจากพืชมีความแข็งแรง ต้านทานโรค
ในส่วนของการใช้จุลินทรีย์สังเคราะห์แสง โดยการพ่น ให้ใช้อัตราส่วน 100 ซซ : น้ำ 20 ลิตร ส่วนการรดลงดินให้ใช้ อัตราส่วน 200 ซซ : น้ำ 20 ลิตร


การฉีดพ่นจุลินทรีย์สังเคราะห์แสงในนาข้าวจะทำ 4 ครั้งด้วยกัน นับหลังจากหว่านข้าว 20, 40,60 และเมื่อข้าวเริ่มตั้งท้องรวงข้าวตามลำดับ ส่วนอัตราการฉีดคือ จุลินทรีย์ขยาย 20 ลิตรต่อ 1 ไร่ และครั้งสุดท้ายเมื่อข้าวเริ่มตั้งท้องอีก 40 ลิตร ต่อ 1 ไร่

การขยายจุลินทรีย์สังเคราะห์
อุปกรณ์
-          ไข่เป็ด หรือไข่ไก่ 3 ช้อนโต๊ะ
-          ผงชูรส 1 ช้อนโต๊ะ
-          ขวดน้ำสะอาด
-          อุปกรณ์ตวง ถ้วย และช้อนตีไข่
-          หัวเชื้อ  1 ขวด ขนาด 700 มล.
-          น้ำสะอาด 4 ลิตร

วิธีการขยาย
1.                นำน้ำใส่ขวดไม่ต้องมาก นำไข่ที่ตีละเอียดแล้วกับผลชูรสตามอัตราส่วนที่กำหนดมาใส่ ปิดฝาและเขย่าให้เข้ากัน
2.                นำหัวเชื้อ 700 มล. มาเติมน้ำให้เต็มโดยเหลือส่วนบนไว้ประมาณ 1 นิ้ว ทำการเขย่าเพื่อให้เชื้อกระจายให้ทั่วขวด
3.                นำไปตากที่มีแดดรำไรประมาณ 5-7 วันก็จะนำไปใช้ได้ ถ้าจะเก็บไว้สำหรับขยายต่อควรตากแดดประมาณ 15 วัน หรือ 1 เดือน ให้สีเปลี่ยนเป็นสีเข้มมากๆ ก็สามารถนำไปขยายต่อได้แล้ว

ข้อสังเกต
1.                หากพบว่าขยายแล้วไม่เปลี่ยนเป็นสีแดงให้ทำการเติมเปลือกไข่และผงชูรสลงไป 2 เท่า
2.                การเติมอาหารเชื้อครบ 1 เดือน ให้ผสมไข่กับผงชูรสตามด้วยน้ำนิดหน่อย จากนั้นใช้สลิ้งดูดไปเติม
3.                ต้องใส่ใจรายละเอียด คอยสังเกตการณ์เปลี่ยนแปลงเรื่อยๆ


ภาพจาก: เกษตร อินเตอร์เชียงใหม่,http://www.1san1rai.com/wood.php?no=5&pg=1