เจาะเทคนิคการปลูกผักหวาน ทำรายได้นับล้านบาท

loading...

สำหรับใครที่ต้องการปลูกผักหวานป่าในเชิงพาณิชย์ ในวันนี้เรามีเทคนิคการปลูกผักหวานป่าดีๆ จากแปลงผักหวานป่า จ่าติ๊ก มาฝากกันค่ะ
แหล่งที่ปลูกผักหวานป่าที่มีชื่อเสียงและเป็นที่รู้จักกันดีในหมู่เกษตรกร ตั้งอยู่ที่ อำเภอบ้านหม้อ จังหวัดสระบุรี ที่นี่มีการปลูกผักหวานทั้งหมู่บ้านเลยก็ว่าได้ สร้างเม็ดเงินกว่าร้อยล้านบาทต่อปีเลยทีเดียว ด้วยเหตุนี้ทำให้ จ่าติ๊ก ที่มีความสนใจในการทำสวนผักหวานป่า มาดูงานที่บ้านหม้อแห่งนี้ และในปี 2547 ก็ได้มีการขยายพันธุ์ผักหวานป่าที่อำเภอพุทธบาทด้วยการตอนกิ่ง ซึ่งมีข้อดีหลายอย่าง เช่นโตเร็ว และให้ผลผลิตที่เร็วกว่า ใช้เวลา 2 ปีก็สามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตได้ เทียบกับการปลูกด้วยเมล็ดใช้เวลาถึง 3 ปี ถึงจะมีต้นทุนที่สูงกว่าแต่ก็ถือว่าคุ้มค่า
นอกจากนี้จ่าติ๊กได้ให้คำแนะนำว่า ผักหวานกิ่งตอนควรตัดตุ้มตอนแล้วนำลงปลูกเลยจะได้ผลดีกว่าการเพาะลงถุงชำ ในการตอนกิ่งผักหวานจะต้องอดทนเป็นอย่างมาก เพราะว่าใช้เวลาถึง 2-3 เดือนกว่าจะออกราก ช่วงหน้าหนาวจะออกรากยากมาก ใช้เวลาถึง 4-5 เดือน นอกจากนี้ต้องระวังอย่าให้ตุ้มตอนแห้ง เดี๋ยวตุ้มกิ่งตอนจะไม่ออกราก
ในการปลูกผักหวานจะต้องการรองก้นปลูกด้วยขี้วัว และทำการขุดหลุมไม่ลึกเพื่อปลูกผักหวาน โดยทำการขุดให้มีขนาด 1.5x2 เมตร, 1 ไร่จะสามารถปลูกได้ 500 ต้น และขุดหลุมขนาด 2x2 เมตร, 1 ไร่ จะสามารถปลูกได้ 400 ต้น เนื่องจากว่าผักหวานเป็นพืชป่า ดังนั้นจะต้องมีการปลูกพืชพี่เลี้ยงเพื่อให้ร่มเงาด้วย ที่นิยมปลูกจะมี ต้นสะเดา และต้นมะขาวเทศ ซึ่งเป็นพืชที่โตได้ง่าย แต่ในด้านของความแข็งแรง และปัจจัยอื่นๆ ต้นสะเดายังเหนือกว่าอยู่มาก ในส่วนของการให้ปุ๋ยจะให้ปุ๋ยคอกและปุ๋ยเคมี 16-20-0 ปีละ 2 ครั้ง ส่วนโปแตสเซี่ยมไม่ต้องเพราะบริเวณนั้นมีเยอะอยู่แล้ว และที่สำคัญอย่าลืมให้น้ำอย่างสม่ำเสมอด้วย


การให้ผลผลิตของผักหวานป่า
ในส่วนของผักหวานที่มาจากกิ่งตอนจะสามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตได้เร็วกว่าการเพาะผักหวานป่าด้วยเมล็ด 1 ปี ซึ่งประมาณ 2 ปีก็สามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตได้แล้ว ซึ่งผลผลิตของผักหวานจะเยอะหรือไม่ขึ้นอยู่กับการดูแลและอายุของต้นด้วย นอกจากนี้จ่าติ๊กยังมีเทคนิคในการเพิ่มผลผลิตผักหวานป่าในช่วงหน้าฝนซึ่งแตกยอดได้ยาก โดยทำการหักกิ่งประมาณ 30-40% แล้วรูดใบออกให้หมด ใส่ปุ๋ย และรดน้ำบำรุงต้น ประมาณ 3 สัปดาห์ก็สามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตในช่วงหน้าฝนได้


ราคาซื้อขาย
ในของราคาผักหวานป่าในช่วงหน้าหนาวและร้อนจะอยู่ที่กิโลกรัมละ 80 บาท และผักหวานป่าช่วงหน้าฝนจะมีราคาสูงถึงกิโลกรัมละ 120 บาท เป็นราคาที่ค้าขายกันมานาน และปัจจุบันนี้ความต้องการบริโภคผักหวานป่าก็มีมากขึ้น เป็นที่ต้องการของตลาด และสามารถสร้างรายได้ให้กับครอบครัวได้เป็นอย่างดี

ที่มา : Rakkaset Nungruethail รักษ์เกษตร