เทคนิค การปรับปรุงดินลูกรังเพื่อปลูกพืช

loading...

ดินลูกรัง เป็นดินที่มีศักยภาพในการเกษตรต่ำ เนื่องจากดินชั้นล่างแน่นทึบเป็น
อุปสรรคต่อการชอนไชของรากพืช ทำให้พืชชะงักการเจริญเติบโต นอกจากนี้ดินที่มี
กรวดปนมักเป็นดินที่ขาดความชุ่มชื้นได้ง่าย และปัญหาอีกอย่างหนึ่งคือ มีข้อจำกัด
ในการเลือกชนิดของพืชปลูก โดยเฉพาะไม้ยืนต้นและไม้ผล จำเป็นต้องจัดการเป็น
พิเศษ ในการเตรียมหลุมปลูก การปลูกพืชติดต่อกันในดินนี้จะทำให้ปริมาณธาตุ
อาหารในดินลดลงอย่างรวดเร็ว เนื่องจากหน้าดินมักเกิดการกร่อนได้ง่าย
ดินลูกรังเป็นดินที่มีข้อจำกัดต่าง ๆ มาก

------------------------------------------------------------------------
“ เทคนิคการปลูกไม้ผลในดินลูกรัง คือ ต้องขุดหลุมให้กว้างกว่าปกติแล้วรองก้น
หลุมด้วยปุ๋ยหมักหรือปุ๋ยคอก จากนั้นให้คลุมโคนต้นด้วยเศษหญ้า เพื่อรักษาความชื้น ”

--------------------------------------------------------------------------
แนวทางแก้ไขและการใช้ประโยชน์ดินลูกรัง
ดินลูกรังเป็นดินที่มีข้อจำกัดต่าง ๆ มาก การแก้ไขปัญหาเพื่อใช้ประโยชน์จาก
ดินนี้ อาจทำได้หลายแนวทาง คือ
๑) การทำทุ่งหญ้าเลี้ยงสัตว์ เหมาะกับดินลูกรังที่พบในที่ดอนและมีหน้าดิน
หนาเกิน ๑๕ ซม. ขึ้นไป
๒) การปลูกพืชไร่ ดินลูกรังที่มีหน้าดินหนา ประมาณ ๒๐ ซม. มีการระบาย
น้ำดีปานกลาง ไม่มีน้ำท่วมขังในฤดูฝน สามารถปลูกพืชไร่ได้ปลายชนิด เช่น ข้าว
ฟ่าง ถั่วลิสง ถั่วเขียว ถั่วเหลือง และพืชรากตื้นอื่น ๆ แต่ควรมีการบำรุงรักษาความ
อุดมสมบรูณ์ของดินโดยการใส่ปุ๋ยและการรักษาความชื้นของดินโดยใช้วัสดุคลุมดิน
๓) การปลูกไม้ผลและไม้โตเร็ว ดินลูกรังจะไม่จับกันเป็นชั้นแน่นมากนัก
สามารถปลูกไม้ผลและไม้โตเร็ว เช่น มะม่วง มะม่วงหิมพานต์ มะขาม ยูคาลิปตัส
กระถินต่างๆ สะเดา ขี้เหล็กบ้าน น้อยหน่า พุทรา และไผ่ ส่วนยางพาราสามารถ
ปลูกได้ในบริเวณที่มีปริมาณฝนมากกว่า ๑,๔๐๐ มม./ปี
๔) การทำนา ดินลูกรังที่พบในที่ราบหรือที่ราบต่ำที่มีหน้าดินลึกประมาณ
๑๕ ซม. และมีการระบายน้ำเลวในช่วงฤดูฝนมีน้ำขังแฉะเป็นเวลานาน ควรใช้ปลูก
ข้าวและมีการใส่ปุ๋ยซึ่งจะช่วยให้ข้าวมีผลผลิตคุ้มค่ากับการลงทุน
อย่างไรก็ตาม ดินลูกรังที่มีหน้าดินตื้น ไม่ควรใช้ในการเพาะปลูกพืชที่ต้องมี
การไถพรวนดิน เช่น มันสำปะหลัง ข้าวโพด หากไม่จำเป็นจึงไม่ควรนำมาใช้ใน
การเพาะปลูกแต่ควรปล่อยให้เป็นพื้นที่ป่าไม้ตลอดไป



-----------------------------------------------------------------------------
การแก้ไขปัญหาเพื่อใช้ประโยชน์จาก
ดินนี้ อาจทำได้หลายแนวทาง คือ
๑) การทำทุ่งหญ้าเลี้ยงสัตว์ เหมาะกับดินลูกรังที่พบในที่ดอนและมีหน้าดิน
หนาเกิน ๑๕ ซม. ขึ้นไป
๒) การปลูกพืชไร่ ดินลูกรังที่มีหน้าดินหนา ประมาณ ๒๐ ซม. มีการระบาย
น้ำดีปานกลาง ไม่มีน้ำท่วมขังในฤดูฝน สามารถปลูกพืชไร่ได้ปลายชนิด เช่น ข้าว
ฟ่าง ถั่วลิสง ถั่วเขียว ถั่วเหลือง และพืชรากตื้นอื่น ๆ แต่ควรมีการบำรุงรักษาความ
อุดมสมบรูณ์ของดินโดยการใส่ปุ๋ยและการรักษาความชื้นของดินโดยใช้วัสดุคลุมดิน
๓) การปลูกไม้ผลและไม้โตเร็ว ดินลูกรังจะไม่จับกันเป็นชั้นแน่นมากนัก
สามารถปลูกไม้ผลและไม้โตเร็ว เช่น มะม่วง มะม่วงหิมพานต์ มะขาม ยูคาลิปตัส
กระถินต่างๆ สะเดา ขี้เหล็กบ้าน น้อยหน่า พุทรา และไผ่ ส่วนยางพาราสามารถ
ปลูกได้ในบริเวณที่มีปริมาณฝนมากกว่า ๑,๔๐๐ มม./ปี
๔) การทำนา ดินลูกรังที่พบในที่ราบหรือที่ราบต่ำที่มีหน้าดินลึกประมาณ
๑๕ ซม. และมีการระบายน้ำเลวในช่วงฤดูฝนมีน้ำขังแฉะเป็นเวลานาน ควรใช้ปลูก
ข้าวและมีการใส่ปุ๋ยซึ่งจะช่วยให้ข้าวมีผลผลิตคุ้มค่ากับการลงทุน
อย่างไรก็ตาม ดินลูกรังที่มีหน้าดินตื้น ไม่ควรใช้ในการเพาะปลูกพืชที่ต้องมี
การไถพรวนดิน เช่น มันสำปะหลัง ข้าวโพด หากไม่จำเป็นจึงไม่ควรนำมาใช้ใน
การเพาะปลูกแต่ควรปล่อยให้เป็นพื้นที่ป่าไม้ตลอดไป
----------------------------------------------------------------------

ในการปรับปรุงบำรุงดินลูกรังเพื่อปลูกพืชเพื่อเพิ่มผลผลิต
โดยการเพิ่ม อินทรียวัตถุ สามารถทำได้โดย
๑. การไถกลบฟางข้าว และรดด้วยปุ๋ยอินทรีย์น้ำอัตรา ๕ ลิตร/ไร่ หมักทิ้งไว้
ช่วยให้ฟางย่อยสลายเร็วขึ้นเพิ่มอินทรียวัตถุให้แก่ดิน
๒. ใส่ปุ๋ยหมัก หรือปุ๋ยคอก อัตรา ๒ - ๔ ตัน/ไร่ คลุกเคล้ากับดินในแปลง
ปลูกพืช หรือในบริเวณหลุมปลูกไม้ผล ในอัตราเฉลี่ย ๒๕ - ๕๐ กิโลกรัมต่อหลุม
๓. ปลูกพืชปุ๋ยสด เช่น ปอเทือง ถั่วพุ่ม ถั่วพร้า แล้วไถกลบลงดิน ในช่วง
ออกดอก (อายุประมาณ ๕๐ - ๖๐ วัน หลังปลูก) ก่อนปลูกพืชหลักทุกชนิด
เพิ่มอินทรีย์วัตถุ ทำให้ดินร่วนซุย การถ่ายเทอากาศดี การระบายน้ำดี ดินมีความ
อุดมสมบรูณ์เพิ่มขึ้น

ที่มา : กลุ่มงานขยายผล ศูนย์ศึกษาการพัฒนาภูพานอันเนื่องมาจากพระราชดำริ
www.royal.rid.go.th/phuphan