วิธีการป้องกันเเละขับไล่หอยทาก ที่เริ่มออกอาละวาดในหน้าฝน

loading...
ช่วงนี้ฝนตกชุกหอยทากระบาดกัดกินพืชพรรณเสียหาย เรามีวิธีเเก้ไขเเบบภูมิปัญญาชาวบ้านมาฝาก



วิธีที่ 1: กากกาแฟ
คาเฟอีนที่อยู่ในกาแฟเป็นสารพิษขของ เเมลงต่างๆ และหอยทากอีกด้วย นำกากกาแฟมาโรยไว้รอบๆต้นไม้หรือกระถาง ความหยาบของกาแฟจะช่วยไม่ให้หอยทากเดินผ่านเข้าไปกินพืชผัก เพราะกากกาแฟจะติดลำตัวทากหากมันเดินผ่าน และกาแฟดำเข้มข้นที่สามารถนำมาฉีดพ่นให้ทั่วใบผัก เพื่อป้องกันแมลง ทาก และหอยไม่ให้กินใบพืชได้อีกด้วย หรือหากมันกินเข้าไปมันจะตายทันที เพราะฤทธิ์เดชของคาเฟอีนนั่นเอง หากจะฉีดพ่นทางใบควรใช้กาแฟดำเข้มข้นผสมน้ำ อัตราส่วนเข้มข้น 1 ถ้วยต้องมีคาเฟอีนไม่ต่ำกว่า 1-2% หากเจอจางน้อยก็คงเหมือนกับน้ำชาทั่วๆไป อาจไม่ตาย ถ้าหากากกาเเฟไม่ได้ลองใช้วิธีการต่อไป

วิธีที่ 2: เปลือกไข่ 
นำเปลือกไข่ไปล้างให้สะอาด ตากแดดให้แห้ง แล้วนำมาบี้ให้แตกเป็นชิ้นๆเล็กๆ ไม่ให้ใหญ่หรือเล็กจนเกินไป ให้ได้ขนาดพอดี นำไปโรยไว้รอบๆแปลงผัก หรือรอบๆกระถางต้นไม้ ให้วางหงายด้านในสีขาวๆของเปลือกไข่ขึ้น ห้ามคว่ำเด็ดขาด เพราะเปลือกไข่จะบางและคม หากทากและหอยทากเดินลุยผ่านไปได้มันจะโดนเปลือกไข่บาดลำตัว ในเปลือกไข่จะมีสาร แคลเซียมคาบอเนท calcium carbonate (CaCO3) สารตัวนี้จะละเหยออกมา ทากและหอยทากจะไม่ชอบสารตัวนี้จากเปลือกไข่ มันจะหันเหไปทิศทางอื่นทันที 
วิธีที่ 3: กระเทียม 
วิธีนี้ให้นำกระเทียมทั้งเปลือก 3-4 กำมือ มาตำให้ละเอียด นำไปแช่น้ำ 1 ลิตร (ตักเปลือกกระเทียมที่ลอยอยู่ทิ้งไป) แช่น้ำค้างคืนไว้ 1 คืน กรองน้ำกระเทียมด้วยผ้าขาวบาง เอาแต่น้ำ แล้วนำไปฉีดพ่นตามใบผัก หรือฉีดพ่นตามกระถางต้นไม้ ให้รอบๆ กลิ่นของกระเทียมจะช่วยขับไล่ทาก,หอยทาก และแมลงต่างๆออกไปจากสวน กระเทียมจะมันเหนียวๆ ไม่ต้องใช้สารจับใบ กลิ่นเเละรสชาติกระเทียมจะเผ็ดร้อน ช่วยแก้ปัญหาได้ ซึ่งหอยทากมีประสาทสัมผัสเร็วต่อกลิ่น ถึง 10,000 เท่าของมนุษย์ ตราบใดที่ยังมีกลิ่นของกระเทียม ซึ่งมีกระเทียมมีธาตุกำมะถันสูง 

วิธีที่ 4: หมั่นสำรวจเเปลงพืชที่ปลูก คอยหมั่นเก็บหอยทาก หรือใช้เศษผัก ผลไม้เป็นตัวล่อวางตามพื้นเเล้วเราก็คอยมาเก็บออกจากเเปลงไปทำลาย

** สูตรทั้งหมดนี้ เป็นการรวมสูตรที่ทำประสบผลสำเร็จมาเเล้ว จากผู้รู้ทั้งหลาย 
โดยเลือกวิธีการที่สามารถนำวัสดุที่หาได้ง่ายๆ ตามท้องถิ่นมาใช้ซึ่งเราได้ทดลองทำมาบ้างเเล้ว 
ได้ผลดีอยู่บ้างอาจจะไม่ ร้อยเปอร์เซ็นต์ลองไปปรับใช้ดูตามสภาพพื้นที่ ใครที่เจอปัญหานี้อยู่ก็ลองนำไปใช้กันดูนะครับ

ขอขอบคุณที่มาโดย : กลุ่มวิสาหกิจชุมชนเกษตรสวนกระเเส , 
http://www.farmthailand.com/webboard/forum.php?mod=viewthread&tid=197&extra=page%3D2