โรคแคงเกอร์ในพืชตระกูลส้ม (แถม วิธีรักษา)

loading...

บทความจากเวป ลุงคิม
จากบทความ การใช้ผง "นาโนซิงค์ออกไซด์" ผสมน้ำแล้วพ่นแก้โรคแคงเกอร์ในมะนาว
ระยะยาวมีผลข้างเคียงกระทบไหม..?
COMMENT :
- คำว่า "นาโนซิงค์ออกไซด์" หมายถึงอะไรระหว่าง "ชื่อสามัญ กับ ชื่อการค้า"
- นาโน (NANO) แปลว่า "เศษหนึ่ง ส่วนพันล้าน" เมื่อนำมาใช้จึงเรียกว่า "นาโนเทคโนโลยี" แล้วเอามาใช้กับอะไรก็ว่ากันไป
- เท่าที่ติดตามข้อมูลเรื่อง "นาโนเทคโนโลยี ด้านพืช" ซึ่ง อิสราเอล. เยอรมัน. อเมริกา. จัดว่าเก่งที่สุดในเรื่องเทคโนโลยี คิดค้นได้สารพัดนาโนเทคโนโลยีแล้วเอาไปใช้กับอะไรก็ว่ากันไป แต่ "นาโนเทคโนโลยี ด้านพืช" วันนี้ยังไปไม่ถึง เพราะถ้าไปถึงจริงหรือทำสำเร็จแล้ว เขาคงไม่มาบำรุงพืชตามขั้นตอน (เรียกใบอ่อน, สะสมตาดอก, ปรับ ซี/เอ็น เรโช, เปิดตาดอก, บำรุงดอก, บำรุงผลเล็ก/กลาง/แก่, หรือสะสมความสบูรณ์, หรือใช้ฮอร์โมนบังคับให้ออกนอกฤดู, หรือ ฯลฯ ด้วยปุ๋ยเคมีเหมือนเดิมอยู่หรอก เหลือแต่ว่า ปุ๋ย/ฮอร์โมน แต่ละตัวแต่ละสูตร ทำอย่างไรใช้แล้วเกิดประสิทธิภาพสูงสุดเท่านั้น .... ว่ามั้ย
- วันนี้ทั้ง อิสราเอล. เยอรมัน, อเมริกา. ยังย่ำอยู่กับ EDTA, CHELATE, หรือAMINO เท่านั้น
- หรือว่าอิสราเอล เยอรมัน อเมริกา ยังทำ NANO ไมได้ แต่ไทยทำได้แล้ว .... ก. ไม่เชื่อ
(.... สิงกะสีที่ลุงคิมใช้ คือ ซิงค์ อะมิโน คีเลต....)
ระวังจะเข้าข่าย Propaganda คือ "โฆษณาชวนเชื่อ" .... จำได้ไหมหรือเกิดทันไหม?
 * ยาแก้ไข้ "ทันใจ" สคบ.ให้แก้ชื่อเป็น "ทัมใจ"
* ยาแก้ไข้ "ประสะนอแรด" สคบ.ให้แก้ชื่อเป็น "ประสะบอแรด"
* ยาแก้ปวด "ปวดหาย" สคบ.ให้แก้ชื่อเป็น "บวดหาย"
**** นั่นคือ ฉวยโอกาสเอาคำว่า "นาโน" มาประกอบกับชื่อผลิตภัณฑ์เพื่อความขลัง น่าเชื่อถือ เท่านั้น .... ลูกเล่นธรรมดาๆ น่ะคุณ
อยากรู้ว่า นาโน หรือ หน้าโน .... ถามไปที่...
- ผู้ผลิตจำหน่าย มีข้อแม้ว่า คนถามต้องมีข้อมูลที่แท้จริงก่อน ไม่งั้นโดนหลอกซ้ำ
- ลองใช้ แล้วถามต้นพืช พืชพูดด้วยใบบอกด้วยราก
- วันนี้แก๊งตกทองยังหากินได้ แชร์ชะม้อยก็ยังอยู่ .... ถามจริง ไม่รู้เรื่องเหรอ ?
- เชื่ออะไรเขาหลอก เขาบอกให้เราไหลหลง ที่แท้ก็คือเหล้าโรง เพราะเราถูกโกงชอกช้ำใจจริง หรือว่า รู้เขาหลอก แต่เต็มใจให้หลอก .... ก็ว่ากันไป
- อย่าปักใจกับคำว่านาโนมากนัก แต่อยากให้วิเคราะห์ "ซิงค์" ว่าเป็น ซิงค์ซัลเฟต. หรือ ซิงค์อ๊อกไซด์. เพราะซิงค์สองอย่างนี้มีผลต่อพืชต่างกัน กับอย่างไรก็ตาม ขึ้นชื่อว่าปุ๋ยทางใบ จะเป็นตัวไหนก็สุดแท้ ต้องมีความสมบูรณ์ต้นรองรับ ถ้าต้นไม่สมบูรณ์ให้ซิงค์หรือปุ๋ยทางใบตัวไหนไปก็ได้ผลแค่ดีกว่าไม่ได้ให้หน่อยนึงเท่านั้น
ปล.
เชื่อมั้ย :
- ปุ๋ยน้ำทางใบ ประทับตรา MADE IN USA ทำที่บ้านบึงกาสาม หนองเสือ ปทุมธานี ส่งเดือนละ 50,000 ล. รับไปแล้วไปบรรจุขวด พะยี่ห้อ ในทะเลสากล ส่งขึ้นฝั่งเวียดนาม เขมร มาเลเซีย อินโดเนเซีย ฟิลิปปินส์ ออสเตรเลีย คาดว่าบางส่วนไปอเมริกาด้วย ไปประเทศไหนแล้วใช้ชื่อยี่ห้ออะไรก็ว่ากันไป ที่พยายามตามอยู่ทุกวันนี้ก็คือ ขึ้นประเทศไทยแล้วใช้ชื่อยี่ห้ออะไรเท่านั้นแหละ
- สารจับใบ ไดเร็คเซลล์ บอกว่า MADE IN USA ทำอยู่ไต้ถุนบ้าน ซอยบ้านพักคนชราบางแค โรงงานเล็กกว่าโรงปุ๋ยไร่กล้อมแกล้มซะอีกแน่ะ
- ไคโตซาน ไดเร็คเซลล์ สั่งซื้อหัวเชื้อจากโรงงาน ย่านสีแยกงามวงษ์วาน เอาผสมน้ำยาอุทัย ทำที่ไต้ถุนบ้านย่านนครชัยศรี นี่เอง ....ไคโตซาน ที่ไร่กล้อมแกล้มใช้ก็สั่งซื้อตรงจากโรงงานนี้เหมือนกัน
- ทั้งปุ๋ยทางใบ ปุ๋ยทางราก สารเคมีกำจัดศัตรูพืช จำหน่ายในเวียดนาม ลาว เขมร มาเลเซีย อินโดเนเซีย พม่า บังคลาเทศ กว่า 50% ในตลาดไปจากประเทศไทย ไม่พะยี่ห้อแต่ประเทศที่เอาไป พะยี่ห้อเอาเอง .... นี่ก็หลักการค้าธรรมดาๆ
**** ทั้งหมดทั้งสิ้นนี้ ไม่ใช่เรื่องแปลก ใครๆก็ทำได้ ****
.........................................................

โรคแคงเกอร์

- โรคนี้เรียกชื่อ ขี้กลาก. ขี้เรื้อน. หูด. แต่ชื่อทางวิชาการเรียก แคงเคอร์ เป็นเชื้อกลุ่ม
แบคทีเรีย. เกิดกับพืชในตระกูลส้มทุกชนิด เช่น มะกรูด มะนาว ส้มเขียวหวาน ส้มโอ
ส้มเกลี้ยง ส้มเช้ง ส้มซ่า .... โดยเฉพาะมะนาวจัดเป็นพืชที่อ่อนแอต่อโรคนี้มากที่สุด
- ลักษณะอาการ ....โรคแคงเคอร์เกิดได้กับทุกส่วนของต้นมะนาวที่อยู่เหนือพื้นดิน ไม่ว่า
จะเป็นใบ ต้น กิ่งก้าน ดอก และผล .... อาการระยะแรกเริ่มจากเล็กๆขนาดหัวเข็มหมุด
ลักษณะใส ฉ่ำน้ำ ต่อมาขยายโตขึ้นกลายเป็นแผลสะเก็ดนูน ค่อนข้างกลม และมีสีน้ำตาล
คล้ายฟองน้ำ ตอนกลางจะเป็นแอ่งบุ๋มลง บางครั้งดูคล้ายกับเป็นแผลมีขอบแข็ง แต่ก็จะหลุด
ล่อนออกได้ง่าย ปกติแล้วแผลแต่ละแผลมีขนาดไม่โตนักประมาณ 2-3 มม. แต่ถ้าเกิด
 มากๆ แผลเหล่านั้นจะมาต่อเชื่อมกันทำให้เป็นขนาดแผลใหญ่ รูปร่างไม่แน่นอน ส่วนใหญ่
มักเกิดขึ้นทั้งสองด้านของใบตรงกัน และมีสิ่งบ่งชัดอีกอย่างหนึ่ง คือ รอบแผลจะมีบริเวณ
เซลล์ตายสีเหลืองล้อมรอบ
@@ ป้องกันกำจัด :
- สูตร 1 .... ทำน้ำปูนใส “น้ำ 10 ล. + ปูนขาว 2 กก.” คนให้ละลายดี ทิ้งไว้ให้นอนก้น
น้ำปูนใสด้านบน คือ “หัวเชื้อ” พร้อมใช้งาน .... วิธีใช้ “น้ำ 20 ล. + น้ำปูนใส่ 30-
50 ซีซี.” ฉีดพ่นทั่วทรงพุ่ม ให้เปียกทั้งไต้ใบบนใบ 3 วันติดต่อกัน
- สูตร 2 ... ใช้ “น้ำ 20 ล. + ปูนกินหมาก 1-2 ก้อนเท่าลูกมะนาว” คนให้ละลายเข้า
กันดี ฉีดพ่นทั่วทรงพุ่ม ให้เปียกทั้งไต้ใบบนใบ 3 วันติดต่อกัน
หมายเหตุ
– ทั้งน้ำปูนใสและปูนกินหมาก เป็นด่าง จึงไม่ควรใช้ผสมร่วมกับปุ๋ย ฮอร์โมน สารสมุนไพร
หรือสารเคมี ใดๆ เพราะจะทำให้ตัวที่ผสมด้วยเสื่อม
- ปูนกินหมากสีแดง เมื่อก่อนนี้มีสีเสียดเป็นส่วนผสม เดี๋ยวนี่เปลี่ยนมาใช้ขมิ้นเป็นส่วน
ผสม .... ทั้งสีเสียด และขมิ้น มีคุณสมบัติกำจัดเชื้อราได้เหมือนกัน
@@ แถม....
** หนอนแก้ว ............................. ใช้หนอนตายหยาก หางไหล สะเดา
** เพลี้ยไฟ................................. ใช้เผ็ดจัด ฉีดตอนเที่ยง
** หนอนชอนใบ........................... ใช้สบู่ต้น
** ยางไหล................................. ให้ ธาตุรอง/ธาตุเสริม (Mg Zn. CaB.)
** ใบแก้ว ................................. ให้ ธาตุรอง/ธาตุเสริม (Mg Zn. CaB.)
------------------------------------------------------------------------------------
- ศัตรูพืชประจำมะนาวช่วงหน้าฝน คือ “หนอนชอนใบ” เข้าไปอยู่ในเนื้อใบแล้ว ใช้สบู่ต้น
กำจัดโดยตรง....เกิดจากไข่แม่ผีเสื้อที่เข้ามาวางไข่ตอนหัวค่ำ ไล่แม่ผีเสื้อด้วย “กลิ่น”
ตะไคร้ มะกรูด ขิง ข่า ขมิ้น .... ใช้กลิ่นตะไคร้สังเคราะห์ ซื้อที่ บ.ฮงฮวด พาหุรัด ขวด
ครึ่งลิตรราคา 350 บาท อัตราใช้ 1 ซีซี./น้ำ 20 ล. ฉีดแล้วหอมฟุ้งไปทั้งสวน
- หนอนชอนใบเกิดจากแม่ผีเสื้อ แม่ผีเสื้อตัวนี้นี่แหละที่เป็นพาหะนำโรคแคงเคอร์เข้ามา
หากป้องกันแม่ผีเสื้อได้ เท่ากับป้องกันหนอนชอนใบได้แล้ว ยังป้องกันโรคแคงเคอร์ได้ด้วย
-----------------------------------------------------------
- ใช้ได้ทั้งปูนแดงปูนขาว (ปูนกินหมาก) หรือ ปูนขาวก่อสร้าง
- ปูนกินหมาก 1 ก้อนเท่าลูกมะนาว / น้ำ 20 ล. ฉีดพ่น
– ปูนขาวก่อสร้าง 1 ถุง 5 กก. ละลายน้ำ 100 ล. ทิ้งให้นอนก้น ใช้เฉพาะน้ำปูนใส
1-2 ล. + น้ำเปล่า 100 ล. ฉีดพ่น
– น้ำปูนพวกนี้เป็นด่าง ไม่ควรผสมรวมกับปุ๋ยทางใบที่เป็นกรด หรือผสมกับสารสมุนไพร
เพราะจะทำให้ทั้งปุ๋ย และน้ำปูนใสเสื่อมสภาพ จึงควรใช้เดี่ยวๆ
Cr.เวปเกษตรลุงคิม
loading...