เคล็ดลับเด็ด! ปลูกผักหวานป่า 1 ปี 4 เดือนเก็บขายได้..อยากรู้ต้องลอง!

loading...

การปลูกผักหวานป่า  หลายคนมองว่าเป็นเรื่องยาก..? แต่โดยส่วนตัวของผมเอง ที่ได้ทดลองปลูกผักหวานป่ามากว่าสามปีจนได้ข้อสรุปเป็นที่น่าพอใจ สุดท้ายก็อยากจะมาร่วมแบ่งปันและบอกเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับการทำเกษตรดีๆที่ได้ทดลองทำ เผื่อเป็นประโยชน์กับผู้ที่สนใจคนอื่นบ้าง ซึ่งในการปลูกผักหวานป่าจากประสบการณ์ของผมเอง เป็นการลองผิดลองถูกโดยใช้เวลากว่าสามปี เป็นวิธีการปลูกผักหวานป่าแบบง่ายๆ ไม่ต้องใช้ระบบน้ำหยด ไม่ใช้สปริงเกอร์ เป็นการปลูกผักหวานป่าเลียนแบบธรรมชาติขนานแท้ ด้วยเคล็ดลับง่ายๆคล้ายกับเส้นผมบังภูเขา และที่สำคัญผมได้ทดลองด้วยตัวเองมาแล้ว! ปรากฏว่าได้ผลเกือบร้อยเปอร์เซ็นต์ คือผักหวานป่าที่ผมปลูกไว้ในสวนข้างบ้านมีอายุเพียงแค่ 1 ปี 4 เดือนเท่านั้น กลับมีใบสีเขียวสด ทั้งๆที่ไม่ได้ใส่ปุ๋ย ไม่ได้ใช้ระบบน้ำหยด หรือระบบสปริงเกอร์แต่อย่างใด และมีการเจริญเติบโตอย่างรวดเร็ว สามารถเก็บมารับประทานหรือขายได้ภายในเวลาอันสั้น จึงเกิดไอเดียอยากแชร์ประสบการณ์การทำเกษตรตรงนี้ โดยทำเป็นวีดีโอแนะนำสั้นๆออกเผยแพร่สู่โลกออนไลน์ เผื่อว่า..น่าจะเป็นประโยชน์แก่ผู้ที่กำลังหาข้อมูลการปลูกผักหวานป่าอยู่ ณ ตอนนี้ หรือผู้ที่กำลังสนใจในการปลูกผักหวานป่า แต่โดยเจตนาจริงๆแล้วอยากจะนำมาเล่าสู่กันฟังมากกว่าการแนะนำนะครับ..

การปลูกผักหวานป่า
เตรียมการก่อนปลูกผักหวานป่า

จากข้อมูลโดยคร่าวๆของ “ผักหวานป่า” ที่ผมได้ศึกษาหาความรู้มาก็คือ ผักหวานป่าจะเป็นพืชที่ต้องการแสงแดดน้อย (ประมาณ 50 %) ของการเจริญเติบโตในช่วงระยะแรกๆ แต่พอต้นผักหวานป่าเริ่มเจริญเติบโตไปสักระยะหนึ่งก็จะต้องการแสงแดดเพิ่มขึ้นอีกแต่ไม่ถึงกับร้อยเปอร์เซ็นต์ เป็นพืชที่ไม่ชอบพื้นที่น้ำท่วมขัง รากฝอยมีความละเอียด ถ้าถูกกระทบกระเทือนแม้เพียงเล็กน้อยก็จะชะงักการเจริญเติบโตหรืออาจตายได้

สำหรับการเตรียมการปลูกผักหวานป่าในช่วงปีแรกๆของผม จะปลูกไม้อาศัยนำร่องไปก่อน เพื่อเป็นร่มเงาให้ผักหวานป่าในช่วงระยะแรกๆของการเจริญเติบโต และเคยทดลองปลูกผักหวานป่ากับไม้อาศัยหลายชนิด ไม่ว่าจะเป็นต้นพริก ต้นมะละกอ ต้นมะเขือ ถั่วมะแฮะ และต้นแคบ้าน ผ่านไปเกือบสองปี สุดท้ายผักหวานป่าก็ไม่รอดให้ได้ชิมยอดอ่อน..ความหวังอยากเป็นเจ้าของสวนผักหวานป่าเริ่มริบหรี่ แต่บังเอิญเหลือบไปเห็นต้นผักหวานป่าต้นหนึ่งที่แอบปลูกไว้ข้างต้นแคบ้าน มีใบเขียวสด มีการเจริญเติบโตได้ดี ใช้เวลาเพียงปีเศษๆเท่านั้นสามารถเก็บยอดอ่อนมากินได้เลย จากจุดนี้เองทำให้ผมเกิดไอเดีย และได้ศึกษาหาข้อมูลเพิ่มเติม และเริ่มลงมือทดลองปลูกผักหวานป่าไว้ใต้ต้นแคบ้านจำนวน 100 ต้น คือจะปลูกต้นแคบ้านนำร่องไปก่อนด้วยระยะห่าง 2.5 x 2.5 เมตร (ช่วงกลางเดือนเมษายน) พอมีเม็ดผักหวานป่า (ประมาณกลางเดือนพฤษภาคม) ก็จะนำมาเพาะให้รากงอกออกมาประมาณ 3 ข้อมือ จากนั้นก็นำมาปลูกไว้ใต้ต้นแคดังกล่าว โดยไม่ได้ใช้ระบบน้ำหยด และไม่มีระบบสปริงเกอร์ จะรดน้ำเฉพาะช่วงหน้าแล้งที่ฝนทิ้งช่วงจริงๆ ประมาณสัปดาห์ละสองครั้ง คลุมด้วยเศษใบไม้แห้ง ผลปรากฏว่า ผักหวานป่าที่ปลูกไว้ใต้ต้นแคมีการเจริญเติบโตอย่างรวดเร็ว มีใบเขียวสดทั้งๆที่ไม่ได้ใส่ปุ๋ยแต่อย่างใด และที่สำคัญใช้ระยะเวลาเพียง 1 ปีกับอีกประมาณ 3 - 4 เดือนเท่านั้น มีผักหวานป่าให้ได้เก็บยอดกินราวๆ 80 ต้น ซึ่งก็ได้ผลเป็นที่น่าพอใจ จึงได้ข้อสรุปในการปลูกผักหวานป่าให้กับตัวเอง

ทำไมผักหวานป่าที่ปลูกใต้ต้นแคถึงโตไว?

นี่ก็เป็นคำถามที่คาใจมานาน เคยลองถอนต้นแคเล็กๆขึ้นมา แล้วสังเกตเห็นเป็นปมขนาดเล็กเท่าหัวไม้ขีดบริเวณรากแก้วและรากฝอย เกิดความสงสัย จึงได้ค้นคว้าหาข้อมูลจนได้ข้อสรุปว่า อันที่จริงแล้วต้นแคจัดอยู่ในพืชตระกูลถั่ว และปมขนาดเล็กที่เห็นบริเวณรากของต้นแคที่ว่านี้ก็เกิดจากกระบวนการทำงานของแบคทีเรียชนิดหนึ่งที่มีชื่อว่า “ไรโซเบียม”

ไรโซเบียม เป็นแบคทีเรียที่มีอยู่ในธรรมชาติทั่วไป ที่มีคุณสมบัติพิเศษคือ จะสร้างปมไว้ที่รากของพืชตระกูลถั่ว หรือที่เรามักเรียกว่าแบคทีเรียปมถั่ว จากนั้นก็จะตรึงเอาไนโตรเจนจากอากาศมาเก็บไว้ ซึ่งจะอยู่ในรูปของสารประกอบอินทรีย์ไนโตรเจน ซึ่งสารประกอบอินทรีย์ที่ว่านี้พืชสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้โดยตรง เพราะฉะนั้นแล้วปมถั่วขนาดเล็กเท่าหัวไม้ขีดนี้จึงเปรียบได้กับโรงงานผลิตปุ๋ยไนโตรเจนหรือปุ๋ยสูตร 46-0-0 ที่เรารู้จักกันดี แต่มีข้อแตกต่างก็คือปุ๋ยไนโตรเจนที่ได้จากแบคทีเรียปมถั่วชนิดนี้ เป็นปุ๋ยไนโตรเจนแบบชีวภาพร้อยเปอร์เซ็นต์ ด้วยเหตุนี้จึงทำให้พืชที่อาศัยอยู่กับพืชตระกูลถั่วพลอยได้ผลประโยชน์ตรงนี้ไปด้วย โดยเฉพาะผักหวานป่าที่ปลูกไว้ใต้ต้นแคจึงมีการเจริญเติบโตได้อย่างรวดเร็ว เหมือนสโลแกนในวีดีโอของผม “ปลูกผักหวานป่า 1 ปี 4 เดือน เก็บขายได้”  งัยล่ะครับ..

ปล. สำหรับคนที่มีไอเดียจะปลูกผักหวานป่าในเชิงเศรษฐกิจ ถ้าปลูกด้วยระบบน้ำหยด หรือใช้ระบบสปริงเกอร์ในช่วงหน้าแล้ง..ผมมองว่า..ผักหวานป่า น่าจะโตไวกว่านี้อยู่นะ




Cr: http://kasetban.blogspot.com
loading...