วิธีเลี้ยงหอยขมและกุ้งรวมกันในบ่อปูน

loading...

วิธีเตียมบ่อ เติมน้ำ 3/4 ของบ่อ แล้วใส่หยวกกล้วยสับลงไปแช่ประมาณ 1-2 สัปดาห์ เพื่อให้หยวกกล้วยช่วยกำจัดฤทธิ์ปูน ช่วยปรับค่า PH ในบ่อให้สมดุล พอครบ 1 สัปดาห์ หรือสังเกตว่ามีหนอนแดงเกาะตามขอบบ่อแสดงว่าบ่อพร้อมใช้งาน ให้เก็บหยวกกล้วยออกแล้วใส่ดินลงไป ครึ่งคืบ ใส่น้ำค่อนวง เลี้ยงพืชน้ำ พวกผักตบจอกแหน ซักสองอาทิตย์จะเริ่มมีตะไคร่น้ำเขียวๆเกาะตามขอบวง ปล่อยหอยและกุ้งได้เลยครับ ให้อาหารปลาดุก(ทีละน้อย) ให้เศษผักทีละน้อย ถ้าให้พอดีน้ำจะไม่เน่า


- หรืออีกวิธีคือ ใช้น้ําส้มสายชู เติมลงไป ทิ้งไว้ 2-3 วัน แล้วเปลี่ยนน้ําออก แล้วเติมน้ําใหม่เข้า วัดค่า ph ถ้าอยู่ในช่วง 7.5-8.5 ก็ถือว่าใช้ได้

นำพืชน้ำที่เตรียมไว้ลงไปปลูก โดยพืชน้ำที่จะเป็นที่อาศัยของกุ้งฝอย อย่างสาหร่ายหรือ ผักตบชวาเพื่อช่วยในการปรับสภาพน้ำในบ่อด้วย

แล้วปล่อยกุ้งลงไปประมาณ 5 ขีด ต่อ 1 บ่อ ช่วงปล่อยกุ้งลงไปไม่ต้องให้อาหารประมาณ 7 วัน เพื่อให้กุ้งปรับสภาพในบ่อ


อาหารกุ้งฝอย

1.ต้มไข่ให้สุก เอาเฉพาะไข่แดง 2 ฟอง 2.รำอ่อน 3 ขีดผสมให้เข้ากัน ปั้นเท่ากำปั้น โยนลงไปในบ่อประมาณ 3 ก้อน หลังจากให้อาหารประมาณ1 เดือน กุ้งจะวางไข่ให้สังเกตตอนกลางคืนโดยการนำไฟฉายมาส่องดูว่ากุ้งจะวางไข่หรือไม่

เทคนิคการเร่งกุ้งให้วางไข่ ให้นำสายยางน้ำประปามาเปิดลงในบ่อ โดยการเปิดแรงๆ ประมาณ 10-20 นาที เพราะกุ้งชอบเล่นน้ำไหลแล้วจะดีดตัวทำให้ไข่ตกลงมา (ธรรมชาติน้ำนิ่งกุ้งไม่วางไข่) ประมาณ 1-2 เดือน กุ้งก็จะโตเต็มที่ใช้เวลาทั้งหมดประมาณ 4 เดือน จะได้กุ้งประมาณ 20-30 กิโลกรัม

สูตรวิธีการช่วยดับกลิ่นฆ่าเชื้อโรคในบ่อ และให้กุ้งโตเร็ว

1.EM 2 ช้อนแกง 2.กากน้ำตาล 2 ช้อนแกง 3.น้ำ 1 ลิตร นำส่วนผสมมาหมักรวมกันตั้งทิ้งไว้ในที่ร่ม 1 อาทิตย์ อัตราส่วนในการใช้ : อีเอ็ม 1 ลิตร ต่อน้ำ 20 ลิตร ใส่บัวรดน้ำราดให้ทั่วบ่อ จะใช้หลังจากที่เติมน้ำลงไปก่อนปล่อยกุ้ง จะช่วยดับกลิ่นฆ่าเชื้อโรคในบ่อ กุ้งโตเร็ว

วิธีทำหัวเชื้อ EM
สูตรที่ 1
วัสดุ และส่วนผสม
– กากน้ำตาล 5 ลิตร
– น้ำมะพร้าว 2 ลูก
– น้ำสะอาด 25 ลิตร
– สับปะรดสุก 5 หัว
– ถังพลาสติก พร้อมฝาปิด 40 ลิตร 1 ใบ

วิธีการทำ
– หั่นสับปะรดให้เป็นชิ้นเล็กๆ
– นำสับปะรด น้ำมะพร้าว กากน้ำตาล และน้ำผสมรวมกันในถัง
– คลุกเคล้าส่วนประกอบให้เข้ากัน แล้วปิดฝานำพักไว้ในที่ร่ม
– คลุกกลับส่วนผสมทุกๆ 2 วัน/ครั้ง นาน 1อาทิตย์
– หมักไว้นาน 1-2 เดือน ก็จะได้หัวเชื้อจุลินทรีย์

สูตรที่ 2
วัสดุ และส่วนผสม
– กากน้ำตาล 5 ลิตร
– น้ำสะอาด 20 ลิตร
– เศษผัก 10 กก.
– ถังพลาสติก พร้อมฝาปิด 40 ลิตร 1 ใบ

วิธีการทำ
– หั่นเศษผักให้เป็นชิ้นเล็กๆ
– นำเศษผัก กากน้ำตาล และน้ำผสมรวมกันในถัง
– ขั้นตอนต่อไปคล้ายกับสูตรที่ 1
วิธีขยายหัวเชื้อจุลินทรีย์
วิธีขยายหัวเชื้อจุลินทรีย์ ทำได้โดยนำหัวเชื้อจุลินทรีย์ 1 ส่วน ประมาณ 100 ซีซี ผสมกับกากน้ำตาล 2 ลิตร และน้ำสะอาด 20 ลิตร แล้วหมักทิ้งไว้ในถังปิดสนิท นาน 7-14 วัน ก็สามารถนำไปใช้พ่นหรือราดในแปลงเกษตรได้

วิธีการใช้เชื้อจุลินทรีย์ EM
1. พืชผักทางการเกษตร
– นำน้ำเชื้อ EM ที่ขยายแล้วมาผสมกับน้ำ 100 เท่า (น้ำเชื้อ EM 1 ลิตร กับน้ำ 100 ลิตร ) ฉีดพ่นหรือรดแปลงผักทุก 1-2 สัปดาห์/ครั้ง
– นำน้ำเชื้อ EM ผสมกับน้ำในอัตราข้างต้น นำไปราดหรือรดโคนไม้ผล หรือ นำไปฉีดพ่นทรงพุ่มไม้ผลในระยะแตกใบ และระยะออกดอก

2. การประมง
– นำน้ำเชื้อ EM ที่ขยายแล้ว ราดเทใส่บ่อเลี้ยงกุ้งหรือเลี้ยงปลา อัตรา 100 ลิตร/บ่อ 1 ไร่ ซึ่งจะช่วยลดค่า BOD หรือความสกปรกในน้ำ ทำให้น้ำสะอาดขึ้น รวมถึงช่วยต้านเชื้อจุลินทรีย์ที่ก่อโรคในสัตว์น้ำได้

3. ปศุสัตว์หรือการเลี้ยงสัตว์

– นำน้ำเชื้อ EM ที่ขยายแล้วมาคลุกผสมกับอาหารสัตว์ที่ให้แก่โค กระบือ อัตรา 1 ลิตร/อาหาร 10 กิโลกรัม ซึ่งจะช่วยเพิ่มเชื้อจุลินทรีย์ที่เป็นประโยชน์ในกระเพาะรูเมน และเร่งอัตราการย่อยอาหาร

– นำน้ำเชื้อ EM ที่ขยายแล้ว ผสมรวมกับอาหารหยาบของโค กระบือ เพื่อหมักอาหารหยาบ เช่น ฟางข้าว หญ้าอาหารสัตว์ ก่อนนำมาเลี้ยง ซึ่งจะช่วยย่อยอาหารหยาบให้รวดเร็วขึ้น

– นำน้ำเชื้อ EM 1 ลิตร ที่ขยายแล้ว ผสมกับน้ำ 100 ลิตร ล้างทำความสะอาดตัวสัตว์ ซึ่งจะช่วยป้องกันแมลงตัวห้ำ และแมลงดูดเลือดที่จะมาเกาะบนตัวสัตว์
– นำน้ำเชื้อ EM 1 ลิตร ที่ขยายแล้ว ผสมกับน้ำ 20 ลิตร ฉีดพ่นบริเวณคอกสัตว์ ซึ่งจะช่วยย่อยสลายซากพืชหรือมูลสัตว์ทำให้กลิ่นเหม็นลดลง

4. ด้านสิ่งแวดล้อม
– นำน้ำเชื้อ EM ที่ขยายแล้ว เทราดในบ่อบำบัดน้ำเสีย อัตรา 10 ลิตร/น้ำเสีย 10 ลบ.ม ซึ่งจะช่วยย่อยสลายความสกปรกให้รวดเร็วขึ้น ทำให้ค่า BOD ในน้ำลดลง
– นำน้ำเชื้อ EM ที่ขยายแล้ว เทราดในส้วม รางระบายน้ำ หรือ ท่อระบายน้ำ ซึ่งจะช่วยย่อยสลายสิ่งสกปรก และช่วยลดกลิ่นเหม็น

การเก็บรักษา และข้อพึงระวัง
– ไม่สามารถทนต่อยาปฏิชีวนะ ยาฆ่าเชื้อ และสารเคมี จึงห้ามผสมสารเหล่านี้
– เก็บในภาชนะที่ปิดสนิท ไม่ให้อากาศเข้า
– หลีกเลี่ยงการเก็บหรือวางทิ้งไว้บริเวณแดดส่องถึงหรือใกล้แหล่งความร้อนต่างๆ
– มีอายุสามารถเก็บไว้ได้นาน 8-12 เดือน ภายใต้อุณหภูมิปกติ และอยู่ในที่ร่ม
– หากมีการแบ่งใช้ ต้องปิดฝาภาชนะบรรจุให้สนิททุกครั้ง
– หากพบน้ำหัวเชื้อจุลินทรีย์มีสีดำ และส่งกลิ่นเหม็นเน่า แสดงว่าเชื้อจุลินทรีย์ได้ตายหมดแล้ว ไม่สามารถนำไปใช้ได้






Credit: ศูนย์รวมความรู้การเกษตร