น้ำหมักชีวภาพ ของดีคู่เกษตรกรไทย

loading...
วันนี้มีสาระเรื่อง "น้ำหมักชีวภาพ" มาฝากครับ
ในการปลูกพืชหรือเลี้ยงสัตว์   มักมีการให้สารบำรุงหรือป้องกันศัตรูพืช/สัตว์ เมื่อก่อนเรามักจะเกี่ยวข้องกับปุ๋ยและยา  ซึ่งล้วนแต่เป็นสารเคมี  แต่เกษตรอินทรีย์ไม่ใช้สารเคมี อ้าววแล้วจะบำรุง/ป้องกันยังไงหว่า แปลว่าปล่อยตามกรรมงั้นรึ ???


ป่าวจ้าา เกษตรอินทรีย์เราจะประยุกต์ใช้วัตถุดิบจากธรรมชาติมาใช้แทนเคมีนั่นเองครับ  โดยวันนี้เราจะแนะนำให้รู้จักพระเอกตัวจริงของเราชื่อว่า  "น้ำหมักชีวภาพ"  กันครับ

น้ำหมักคืออะไร?
น้ำหมักชีวภาพ หรือ น้ำสกัดชีวภาพ หรือ น้ำจุลินทรีย์ เป็นของเหลว สีดำออกน้ำตาล กลิ่นอมเปรี้ยวอมหวาน ไม่เป็นอันตรายต่อสิ่งมีชีวิตทุกชนิด (พืช&สัตว์)  แต่ตรงข้ามน้ำหมักสามารถช่วยปรับความสมดุลของสิ่งแวดล้อมและสิ่งมีชีวิตได้ บางครั้งยังสามารถนำน้ำหมักชีวภาพไปชำระล้างห้องน้ำได้ ซึ่งจะช่วยกำจัดกลิ่นเหม็นได้อีกต่างหาก แหมไม่น่าเชื่อว่าหน้าตาแบบนี้ จะมีประโยชน์มากมาย สมเป็นพระเอกของเกษตรอินทรีย์จริงๆน่ะครับ

น้ำหมัก ทำอย่างไร?
เตรียมอุปกรณ์ให้พร้อมก่อนน่ะครับ ดังนี้
ถังมีฝาปิดมิดชิด 1 ใบ ขนาดบรรจุตามความเหมาะสม  (บางคนใช้ถังขยะแบบฝาปิด หรือ อาจใช้โอ่งน้ำปิดด้วยถุงพลาสติกรัดเชือก)
ของหนัก เช่น อิฐหรือก้อนหิน 1-2 ก้อน  พอดีกับขนาดถัง
น้ำตาลทรายแดง  เหตุผลที่ต้องเลือกน้ำตาลทรายแดง  หรือน้ำตาลไม่ฟอกสี ก็เพื่อไม่ให้สารเคมีที่ตกค้างในน้ำตาลทำลายจุลินทรีย์ที่เราใช้หมัก   หรือจะใช้เป็นกากน้ำตาลก็ได้(โมลาส) โดยน้ำตาลนี้จะทำหน้าที่เป็นอาหารของจุลินทรีย์ที่เป็นตัวเร่งปฏิกิริยาในการหมัก
พืชอวบน้ำ คือ พืชที่มีความชุ่มน้ำในตัว เช่น เปลือกแตงโม เปลือกสับปะรด แตงกวา ส้ม ส้มโอ มะละกอ   กล้วย และพืชผักสวนครัวต่างๆ ที่เหลือจากการเตรียมประกอบอาหาร    เช่น  ก้านผักบุ้ง  เศษผักคะน้า  เป็นต้น
มีดใช้หั่นเศษผัก  ผลไม้   ให้ได้ขนาดชิ้นละ 1- 2 นิ้ว

จากนั้นก็เริ่มลงมือกันเลย
1. ล้างถังหมักมีฝาปิดให้สะอาด ผึ่งให้แห้ง    
2. ใส่เศษผักผลไม้(หรือเศษอาหารหรือมูลสัตว์) และน้ำตาลทราย ในอัตราส่วน 3 : 1 (เศษผักผลไม้ 3 กิโลกรัม ต่อ น้ำตาลทราย 1 กิโลกรัม) นำไปเทใส่ในถังน้ำหมัก    
3. ใช้ของหนักทับฝาปิดไว้   เพราะเวลาหมักนานๆไปจะเกิดแก๊สลมดันขึ้นฝา ถ้าไม่ทับไว้ฝาจะไม่สนิท การหมักจะได้ผลไม่ดี    
4. ทิ้งไว้ในที่อากาศถ่ายเท (ไม่จำเป็นต้องตากแดด) ประมาณ 10-14 วัน ก็จะได้น้ำหมัก      
5. รินน้ำหมักใส่ภาชนะไว้(ขวดน้ำอัดลมหรือขวดเหลือใช้ที่มีฝาปิดได้)  โดยในระยะแรกไม่ต้องปิดจุกจนแน่น      
6. ตั้งทิ้งไว้ในร่ม  น้ำจะเริ่มใสฟองแก๊สหมดไป  ปิดจุกให้แน่นเก็บไว้ใช้ได้นาน


จริงๆ แล้วสูตรอัตราส่วนในข้อ2 นั้น มีมากมายหลายสำนักมาก อย่ามัวงงกับสูตร  เอามาสักสูตรลองทำดูครับ จากนั้นผลออกมาเราจะปรับลดเพิ่มยังไงให้เหมาะเราจะสามารถเข้าใจจากการลองทำด้วยตนเอง เนื่องจากสูตรนั้นผันแปรได้ไปตามชนิดของพืชผักเศษซากพืชสัตว์ที่ต่างกันออกไปนั่นเองคร้าาบ  (ส่วนสูตรข้างบน ขอบคุณสูตรจากโรงเรียนเทศบาล5 วัดหาดใหญ่ ด้วยครับผม)

ที่มา: http://www.kasetinsee.info
loading...