มาทำปุ๋ยหมักจากขยะสดกันเถอะ

loading...

สุดยอดนวัตกรรมทางความคิดที่ผู้เขียนชอบมากที่สุดในโลกนี้คือนำสิ่งไร้ค่าหรือสิ่งที่คนไม่ต้องการมาแปรเลี่ยนเป็นสิ่งที่มีค่า แนวความคิดในอุดมคติแบบนี้ค่อนข้างทำได้ยากในโลกของความเป็นจริงแต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะเป็นไปไม่ได้ ในขณะที่ขยะกำลังล้นเมือง โดยเฉพาะขยะเปียกที่จัดการยากที่สุด (เปล่าเลย จัดการยากที่สุดคือขยะสังคม อิอิอิ ล้อเล่น) และสร้างปัญหามากที่สุด ไม่ว่าจะปัญหาด้านกลิ่น ปัญหาด้านสุขอนามัย และปัญหาด้านการจัดเก็บ จะดีไม่น้อยเลยทีเดียวถ้าขยะเปียกจำนวนมหาศาลเหล่านี้สามารถเปลี่ยนเป็นปุ๋ยหมักที่มีคุณค่าต่อพืช หน้าดินของเราเสื่อมทุกวันทั้งจากการใช้งานมานานนับร้อยๆ ปี (ซึ่งจริงๆ ก็มากกว่านั้น) คงจะเป็นเรื่องที่แสนวิเศษถ้าเรานำขยะที่กำลังล้นเมืองมาเปลี่ยนเป็นปุ๋ยแล้วส่งกลับสู่ธรรมชาติเพื่อการเพาะปลูก หมุนเวียนเป็นวงจร
อย่างที่ทราบกันดีว่าผู้เขียนเป็นพนักงานกินเงินเดือนตัวเล็กในบริษัทเอกชนที่ต้องอาศัยอยู่ในเมืองใหญ่ที่การจัดการเรื่องต่างๆ ไม่ค่อยจะดีนักและปัญหาอันดับต้นๆ ก็คือเรื่องการจัดการขยะ
ตอนนี้ผู้เขียนมีงานอดิเรกเพิ่มคือการเก็บขยะสดที่เหลือใช้จากแม่ค้า (-__-!!!) แล้วขนกลับไปทำปุ๋ยที่สวน

วัสดุ อุปกรณ์หรือวัตถุดิบที่ต้องใช้
1. เศษขยะ เศษผัก หรือเศษผลไม้ตามแต่จะหาได้


2. มูลสัตว์ ถ้าไม่มีก็ไม่ต้องใช้ก็ได้แต่ถ้ามีก็คงดีไม่น้อยเพราะแร่ธาตุสำหรับพืชจะครบครัน

3. กากน้ำตาล หรือน้ำตาลทราย ถ้าไม่มีก็ไม่เป็นไรเพียงแต่กากน้ำตาลจะเป็นอาหารชั้นดีให้จุลินทรีย์เจริญเติบโตได้รวดเร็ว (หาซื้อได้ทั่วไปตามท้องตลาด)


4. แกลบเผา หรือแกลบดำเพื่อช่วยรักษาความชื้นและความสมดุลของความเป็นกรด-ด่างต่างๆ


5. แกลบดิบ


6. พด. 1 หรือหัวเชื้อจุลินทรีย์สำหรับทำปุ๋ยหมัก ถ้าไม่มีก็ไม่เป็นไรเพียงแต่จุลินทรีย์ตามธรรมชาติจะต้องใช้เวลาในการเพาะตัว ซึ่งถ้ามีหัวเชื้อก็จะช่วยย่นระยะเวลา


 ขั้นตอนไม่ได้มีอะไรสลับซับซ้อนเลย
1. แอบขนขยะ (ต้องแอบขนจริงๆ นะ เพราะขี้เกียจอธิบายให้เพื่อนๆ ในซอยฟังเพราะมันเดินผ่าน 20 คนมันก็ถามกัน 20 รอบแล้วก้ต้องอธิบายให้ฟัง 20 รอบว่าเอาไปทำอะไร จริงๆ พวกเขาน่าจะคุ้นเคยกับการทำปุ๋ยมากกว่าผู้เขียนนะเพราะคนที่ถามๆ มาจากต่างจังหวัดทั้งนั้น แล้วทำไมพวกเขาทำหน้าเหมือนไม่เคยรู้จักหละ) กูว่ากูเหนื่อยกับการมายืนอธิบายให้คนอื่นฟังนี่แหละ (-_____-!!!) ประหนึ่งเหมือนผู้ใหญ่บ้านยืนปราศัยหาเสียงแล้วมีคนล้อมอยู่เต็ม
2. คลุกเคล้ามูลสัตว์ แกลบดิบ แกลบเผา และเศษผักผลไม้ให้เข้ากัน






3. นี่เลยพระเอกของงาน พด.1 จากสำนักงานพัฒนาที่ดิน เห็นไหม “ห้ามซื้อ ห้ามขาย” ขอกันได้อย่างเดียว 1 ซองสามารถผสมน้ำได้ 20 ลิตรแล้วรอซักประมาณ 10 นาทีให้ละลายกับน้ำ (ถ้ามีกากน้ำตาลก็ผสมกับน้ำไปเลยเพื่อความกลมกล่อม) แล้วราดบนกองให้ชุ่มด้วยความชื้นประมาณ 60 – 70 เปอร์เซ็นต์
4. หาวัสดุคลุมหากกองปุ๋ยอยู่กลางแดด
5. แล้วก็รอให้จุลินทรีย์ทำงานซึ่งโดยปกติแล้วจะใช้เวลาประมาณ 1 – 2 เดือน แต่ถ้าอยากให้การย่อยสลายเร็วกว่านั้นก็สามารถกลับกองเพื่อให้จุลินทรีย์ได้รับอากาศมากขึ้นและทำให้การย่อยสลายของจุลินทรีย์มีประสิทธิภาพมากขึ้น
เป็นอันเสร็จพิธี (-_-!!!)
จริงๆ แล้วผู้เขียนไม่ได้มีเจตนาให้ผู้อ่านต้องมานั่งทำกองปุ๋ยหรือคุ้ยกองขยะแต่อย่างใด เพียงแต่อยากรณรงค์ให้เกิดการจัดการขยะอย่างถูกวิธี ซึ่งบางอย่างสามารถทำได้ง่ายๆ ในครัวเรือน และที่สำคัญก๋อยากให้ท่านๆ ผู้อ่านหันมาปลูกผักปลูกต้นไม้

*** เพิ่มเติม ***
กลับกองปุ๋ยหมักทุกๆ 1 หรือ 2 อาทิตย์เพื่อให้จุลินทรีย์ได้รับอากาศจะทำให้ประสิทธิภาพการย่อยสลายของจุลินทรีย์ดีขึ้น เพราะจุลินทรีย์เองก็ต้องการอากาศในการดำรงชีพ เพื่อนๆ คงจะสังเกตได้ว่าเศษขยะ เศษผัก ผลไม้ที่ใส่ไว้ตอนแรกถูกย่อยสลายไปเกือบหมด (นี่ถ้าเราตกลงไปในกองปุ๋ยหมักจะโดนย่อยสลายจนเหลือแต่กระดูกแบบในหนังรึเปล่าอ่ะ สงสัย -__-!!!)


Cr: http://www.mygreengardens.com