วิธีปลูกกล้วยหอมทอง

loading...

กล้วยหอมทองพื้นที่ 1 ไร่ ควรปลูกจำนวน 177 หน่อ ปลูกมากกว่านั้นจะทำให้หนาแน่นเกินไป
การเตรียมดินไถดะ 1 ครั้ง ตากดินแล้วไถพรวน 1- 2ครั้ง ให้ดินร่วนซุยไม่มีวัชพืช ถ้ามีวัชพืชมากกว่าร้อยละ 20 ต้องไถพรวนใหม่หรือ ทำแปลงขนาดกว้าง 7 เมตร ปลูก 3 แถว 2 x 1.8 เมตร
-การเตรียมหลุมปลูก
1. ระยะปลูกระหว่างแถวและต้น 3x 3 เมตร
2. ขนาดหลุมปลูก กว้าง 80 ซ.ม.ยาว 80 ซม.ลึก 30 ซม.
3. รองก้นหลุมด้วยดินผสมปุ๋ยอินทรีย์ประมาณ 5 กิโลกรัม/หลุม
-การเตรียมและการปลูก
1. ใช้หน่อพันธุ์ที่สมบูรณ์ ปราศจากศัตรูพืช หน่อมีความยาว 25 – 35 ซม. มีใบแคบ 2 – 3 ใบ
2. วางหน่อพันธุ์ที่ก้นหลุม
3. กลบดินและกลบดินบริเวณโคนต้นให้แน่น คลุมดินด้วยฟางข้าวหรือหญ้าแห้ง และรดน้ำให้ชุ่ม
การให้น้ำ
ต้องให้น้ำอย่างสม่ำเสมอตลอดฤดูปลูก เมื่อหน้าดินแห้งต้องให้น้ำ(โดยเก็บตัวอย่างดินจากผิวดินลึก 15 เซนติเมตร กำเป็นก้อน ถ้าแบมือแล้วแตกร่วงควรให้น้ำเพิ่มเติมแก่ต้นกล้วย)
การใส่ปุ๋ย
ปุ๋ยคอก ให้ปุ๋ยอินทรีย์ประเภทปุ๋ยหมักหรือปุ๋ยคอก อัตราการใส่ปุ๋ย 3 – 5 กิโลกรัม/ต้น/ครั้ง หรือ ปุ๋ยเคมี อัตราการใส่ปุ๋ย 100 กรัม/ต้น/ครั้ง โดยใส่ปุ๋ยหลังปลูก 1 เดือน และครั้งที่ 2 ในเดือนที่ 5 หลังปลูก หรือในช่วงก่อนกล้วยใกล้ออกปลี 2-3 เดือน
- การให้ปุ๋ยเคมีทางรากควรใช้สูตรสูตร 25-7-7 จะช่วยให้ได้ใบขนาดใหญ่หนาเขียวเข้ม เป็นใบที่มีคุณภาพดีกว่าใส่ปุ๋ยสูตรเสมอ


วิธีขยายพันธุ์กล้วยโดยผ่าการผ่าหน่อ
เหตุผล ประหยัดและโรคหนอนกอที่มากับต้นกล้วย
ขั้นตอนการเตรียมวัสดุอุปกรณ์
• หน่อกล้วย(ต้นสาว) อายุ 4 เดือนขึ้นไปหรือกล้วยที่ตัดเครือแล้วยิ่งดี
• มีดโต้ ใหญ่ 1 ด้าม , เล็ก 1 ด้าม
• เขียง
• กะละมัง
• น้ำสะอาด
• กระดาษ
• กระบะเพาะกล้า(ตะกร้า) สี่เหลี่ยม
• ขี้เรื่อย , แกลบดิบ , แกลบเผา
• ถุงเพาะชำ ขนาด 4 x 8 นิ้ว


ขั้นตอนการทำ ตัดรากให้หมด ให้สังเกตุตาของหน่อกล้วยที่มีลักษณะเป็นปุ่มที่พร้อมจะเจริญเติบโต


ใช้มีดผ่ากลางเหง้าเป็นแนวนอน


แบ่งเป็น 2 ส่วน และผ่าแต่ละส่วนแบ่งเป็น 3 - 4 ส่วน (แล้วแต่ขนาดของหน่อกล้วย) หน่อขนาดใหญ่สามารถผ่าได้ 8 ชิ้น พยายามตัดเป็นชิ้นให้พอดี ระวังอย่าให้โดนตาหน่อ


ตกแต่งให้ได้รูป แล้วนำไปล้างน้ำทำความสะอาด


นำปูนแดง (ปูนเคี้ยวหมาก)ผสมน้ำ ปูนแดง 5 ช้อนโต๊ะ ต่อน้ำ 5 ลิตร หรือจะใช้น้ำยากันเชื้อราก็ได้เช่นกัน

เตรียมกระบะบ่มเพาะ แล้วใช้กระดาษรองก้นถาดเพื่อป้องกันน้ำและดินไหล นำขี้เลื่อย แกลบดิบ แกลบเผา ผสม อัตราส่วน 1 : 1 : 1 (อัตราส่วนตามปริมาตร) ไม่ใช้ดิน โรยลงในกระบะเพาะให้เสมอกัน


วางหน่อกล้วยลงโดยคว่ำส่วนเนื้อลง จัดเรียงให้พอดีห่างกันสักนิด ระวังอย่าให้ทับเกยกันเพราะจะเน่า ใช้ ส่วนผสมเดิมกลบทับชั้นด้านบนอีกครั้ง เกลี่ยจนทั่ว และรดน้ำพอให้ชุ่มชื่น อย่าให้แห้งหรือแฉะจนเกินไป เป็นเวลา 1 เดือน จากนั้นจะเห็นกล้วยเริ่มแทงหน่อออกมา



เพาะใส่ถุงดำก็ได้เช่นกัน

หรือแบบนี้ก็ได้ไม่มีผิด


สังเกตหน่อกล้วยจนมีที่นำไปเพาะเลี้ยงใบกาบจะเน่าเปื่อย หน่อกล้วยแทงหน่อมีใบ 1-2 ใบ แล้วจึงนำมาลงในถุงเพาะชำ ขนาด 4 x 8 นิ้ว หากกล้วยมี 2 หน่อ ให้ตัดแยกแล้วแบ่งถุงเพาะชำ ในถุงนั้นให้เอาหน้าดินเข้ามาเพิ่ม เพราะจะมีปุ๋ยในดิน จากนั้นเลี้ยงหน่อกล้วย ต่ออีกเป็นเวลา 1 เดือน จึงเป็นต้นพร้อมปลูก


พร้อมนำไปปลูก


หากเรามีงบมากหน่อยก็ไม่ต้องผ่าหน่อ แต่ควรเลือกซื้อสวนที่ไว้ใจได้ กล้วยที่ไม่เป็นโรค


การเตรียมหลุมปลูก


1. ระยะปลูกระหว่างแถวและต้น 3x 3 เมตร
2. ขนาดหลุมปลูก กว้าง 80 ซ.ม.ยาว 80 ซม.ลึก 30 ซม.
3. รองก้นหลุมด้วยดินผสมปุ๋ยอินทรีย์ประมาณ 5 กิโลกรัม/หลุม


กลบดินและกลบดินบริเวณโคนต้นให้แน่น คลุมดินด้วยฟางข้าวหรือหญ้าแห้ง และรดน้ำให้ชุ่ม

การดูแลรักษา
การให้น้ำ
ต้องให้น้ำอย่างสม่ำเสมอตลอดฤดูปลูก เมื่อหน้าดินแห้งต้องให้น้ำ(โดยเก็บตัวอย่างดินจากผิวดินลึก 15 เซนติเมตร กำเป็นก้อน ถ้าแบมือแล้วแตกร่วงควรให้น้ำเพิ่มเติมแก่ต้นกล้วย)


-การตัดแต่งทางใบ
ควรตัดแต่งทางใบเมื่อกล้วยมีอายุ 3 – 5 เดือน ตัดเฉพาะใบที่หมดอายุการใช้งานโดยเหลือไว้ไม่ต่ำกว่า 8 – 10 ใบ



เมื่อกล้วยอายุ 4-6 เดือน ต้นแม่ยังไม่ออกเครือไม่ควรแยกหน่อเพราะจะทำให้กระทบกระเทือนต่อต้นแม่ ให้ตัดต้นหน่อทิ้งไปเพื่อไม่ให้ต้นแม่ต้องรับภาระส่งอาหารไปเลี้ยงหน่อซึ่งเกิดใหม่ จะทำให้ต้นแม่มีสารอาหารส่งไปเลี้ยงผลบนต้นอย่างเพียงพอ หรือหากต้องการนำไปปลูกต่อ เมื่อกล้วยแตกหน่อ 4-7 หน่อ ควรทำการปาดยอดทิ้ง โดยปาดในแนวเฉียงขึ้นกะความยาวของหน่อที่จะเหลือไว้หลังจากปาดให้สูงจากพื้นดินขึ้นมาประมาณ 20 นิ้วจากนั้นทำการปาดหน่อให้เฉียงกลับด้าน(ทิศตรงข้ามกับการปาดครั้งแรก) หน่อพัธุ์จะขยายใหญ่ขึ้นเรื่อยๆเหมาะแก่การนำไปปลูกต่อ


-การตัดปลี
หลังจากกล้วยออกปลีมาระยะหนึ่ง หวีที่อยู่ปลายเครือจะเริ่มเล็กลงและผลจะสั้นขนาดของผลไม่สม่ำเสมอกันซึ่งเรียกว่า”หวีตีนเต่า” จะตัดแต่งปลายเครือถัดจากหวีตีนเต่า 3 ชั้นเพื่อไว้สำหรับจับปลายเครือเมื่อถึงช่วงเวลาเก็บเกี่ยว


กระสอบที่ใช้ห่อเครือกล้วยควรจะเป็นชนิดที่ระบายอากาศได้ดี จะห่อตอนที่เราตัดปลีออกแล้ว สวมครอบเข้าไปแล้วมัดปากกับเครือ ปล่อยระบายลงด้านล่างได้

ถุงดำ ทำให้อากาศในถุงร้อนเกินไป ควรเลี่ยงไปใช้(ถุงปุ๋ย)สีอื่น ใช้ถุงอาหารสัตว์ก็ได้ ถ้ามีถุงปุ๋ยยูเรียก็ดีเพราะเป็นสีฟ้า

สาเหตุที่ต้องเป็นสีฟ้าเพื่อกรองแสงอินฟาเรด เนื่องจากแสงอินฟาเรดทำให้กล้วยหวีบนมีสีเขียวอ่อนกว่าหวีล่างซึ่งไม่โดนแดด
ผลก็คือกล้วยมีสีไม่สม่ำเสมอกัน ตลาดต่างประเทศเขาต้องการกล้วยสีเขียวเข้มสม่ำเสมอทุกหวี


ต้นกล้วยหลังจากตกเครือแล้ว จะมีการหักกลางต้น (หักคอ) ได้ง่าย เมื่อกล้วยใกล้จะแก่ ทั้งนี้เพราะน้ำหนักผลมีมากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกล้วยหอมทอง ซึ่งจะมีการหักล้มได้ง่ายมาก เพื่อป้องกันการเสียหายจากหักล้ม เกษตรกรควรใช้ไม้ค้ำกล้วยหลังตกเครือแล้ว ด้วยไม้รวกที่ผ่านการแช่น้ำมาแล้วประมาณ 1 เดือน โดยดำเนินการดังนี้
1. นำไม้รวกมาเสี้ยมปลายด้านที่จะใช้ปักลงดินทั้ง 2 อัน เพื่อทำหน้าที่รับน้ำหนักต้นกล้วย จากนั้นให้ถ่างไม้ทั้งสองไขว้กันเป็นลักษณะคีม แล้วนำไปค้ำต้นกล้วยบริเวณที่ต่ำลงมาจากตำแหน่งเครือกล้วย


- หลังจากห่อผล 30 วัน ใบบางส่วนจะเริ่มแห้ง ผลกลมไม่มีเหลี่ยม แสดงว่าผลแก่จัดเก็บเกี่ยวได้



ขอบคุณที่มา: ศูนย์รวมความรู้การเกษตร