ไอเดียสุดเจ๋ง!!! ทำจักรยานปั๊มน้ำ, จักรยานสูบน้ำ (DIY by ชาวนา™) ง่าย ๆ ด้วยตัวเอง

loading...


เริ่มต้นจากไปหาดูจักรยานเก่าๆ ที่ไม่ใช้งานแล้ว แต่สภาพยังดีพอใช้งานได้  จักรยานคันเก่าของพ่อ 1 คัน  และจักรยานคันเก่าของตาอีก 1 คัน  แต่ละคันสภาพแทบดูไม่ได้  มีดีและเสียต่างกัน  ขนาดก็ต่างกัน  งานนี้ผมเลยต้องเอามารวมให้เป็น 1 อันดับแรกต้องจัดการย้ายล้อหลังมาไว้ล้อหน้าก่อนครับ  แล้วเอาล้อหน้ากลับไปเป็นล้อหลัง


เมื่อกลับล้อหน้า ไปเป็นล้อหลัง  และกลับล้อหลัง  ให้เป็นล้อหน้า  แล้ว  ต่อไปก็คือ  ตัด/ต่อโซ่  เนื่องจากระยะระหว่างล้อหน้ากับล้อหลังไม่เท่านั้น  โซ่เดิมจึงสั้นไป  ต้องหาโซ่มาเพิ่มอีกหนึ่งเส้น  จากนั้นก็ทำการตัดต่อ  โซ่จักรยานอันใหม่จะมี 2 ข้อต่อ


เมื่อประกอบจักรยานเสร็จแล้ว  สิ่งต่อไปที่เราต้องคิดก็คือ ฐานของจักรยาน  เพราะงานนี้จักรยานปั๊มน้ำของเราต้องมีฐานรองรับ   ตอนแรกๆ ผมเล็งว่าจะใช้ฐานที่ทำจากเหล็ก  แต่ดูแล้วท่าทางจะสิ้นเปลืองงบประมาณพอสมควร (เกินความจำเป็น)  อีกอย่างเครื่องมือที่ผมมีอยู่ก็มีแต่เครื่องมือสำหรับงานไม้เป็นหลัก  หากทำโครงเหล็กผมต้องเสียเงินอีกแน่ๆ  จึงเปลี่ยนมาใช้โครงไม้แทนครับ 


ไม้ที่ใช้เป็นไม้หน้าสาม หรือเล็กกว่านิดหน่อย  เป็นไม้เนื้อแข็ง  รับรองว่าใช้งานได้หลายปี  ดีไม่ดี จักรยานอาจพังก่อนก็ได้  ยิงฟันยิ้ม ต่อไปเราก็มากะระยะกันดีกว่าครับ  งานนี้ใช้วิธีกะประมาณทั้งหมด  เพราะมือใหม่หัดทำ   การกะระยะนี้คือกะให้รู้ความยาวของจักรยาน+สายพาน+ปั๊มน้ำ  รวมกันทั้งหมดได้ประมาณกี่เซ็นติเมตร  สำหรับของวัดรวมกันได้ประมาณ 180 ซม.  แต่เอาเผื่อไว้ 200 ซม. 


หลังจากกะระยะพอประมาณได้แล้ว  คราวนี้มากะระยะแบบชัวร์ๆ  ระหว่างเพลาล้อหลัง  กับ  เพลาล้อหน้า  เพราะ 2 จุดนี้จะเป็นจุดรับน้ำหนักของคนที่ปั่นจักรยาน  ส่วนจุดที่สามนั้นก็คือ  จุดที่ต้องตั้งปั๊มน้ำ  เมื่อได้ 3 จุดที่สำคัญแล้วเราก็จัดการตีไม้แบบให้เป็นรูปร่าง (ดังในภาพ) ไม้ส่วนเกินไม่ต้องตัดทิ้ง  เผื่อไว้ต้องใช้งาน  เมื่อตัดแล้วมันต่อลำบาก


ปกติ  จักรยานของเราจะต้องตั้งอยู่บนฐานที่ทำไว้ในตอนแรก  แต่ดูแล้วท่าทางจะไม่แข็งแรง  เพราะไม้ที่ตีแบบทำฐานนั้นตอกตะปูเข้าด้านข้าง  ไม่ใช่ไม้ที่เข้าลิ่ม หรือสิ่วไม้ไว้ก่อน  ความแข็งแรงมีน้อย  เลยต้องหาไม้อีกตัวมาตอกตะปูทับด้านบน  เป็นฐานรองล้อหลังและล้อหน้า  ในภาพจะสังเกตว่ามีไม้ทั้งหมด 3 ชั้น  ชั้นแรกคือฐานล่าง  ชั้นที่สองคือเสริมความแข็งแรงและเป็นฐานล้อ  ส่วนชั้นที่สามคือไม้ที่เสริมขึ้นมาเพื่อให้เป็นร่องของขอบล้อหลังจักรยานอีกที  (อันนี้ใครจะทำหรือไม่ทำก็ได้)

ตอนแรกกะว่าจะใช้ไม้เป็นฐานค้ำยันล้อหลังและล้อหน้าของจักรยาน  คิดไปคิดมาก  นึกได้ว่าเหล็กฉากที่ใช้ทำอีแต๊กมีขนาดสูง 32 ซม. พอดี กับความสูงของล้อ  จึงใช้เหล็กฉากตัวนี้เข้ามาแทนไม้  เป็นการประยุกต์ใช้ที่ได้ผลเป็นที่น่าพอใจ  เหล็กฉากล้อหลังต้องใช้ 2 ตัว  ล้อหน้าต้องใช้ 2 ตัว  ราคาตัวละ 45 บาท


เมื่อเรารู้ว่าต้องใช้เหล็กฉาก  และรู้ว่าเหล็กฉากแนวนอนมี 2 รู  เราก็ต้องเจาะไม้ที่ฐานข้างละ 2 รู  รวม 4 รู  เพื่อใช้ยึดเหล็กฉากให้ยืนเป็นแนวตั้ง  ไว้สำหรับรองรับเพลาล้อหลังของจักรยาน


เสร็จแล้วจะได้แบบนี้  (ภาพนี้ของล้อหน้าจักรยาน)


เนื่องจากล้อหน้า  จะต้องยกสูงกว่าล้อหลัง  เพราะล้อหน้าจะต้องเป็นอิสระ ไม่ติดกับฐาน  ดังนั้น  ไม้ที่ใช้เป็นฐานล้อหน้า  ตัวที่ 3 นับจากฐานด้านล่างจะต้องมีขนาดสูงกว่าปกติ  เพื่อที่ล้อหน้าจะได้เป็นอิสระไม่ติดกับฐาน  เวลาปั่นจะได้ลื่นไหล  เสร็จแล้วก็ทำการเจาะรูปทั้งสองข้างๆ ละ 2 รูเหมือนล้อหลังเหมือนเดิม



น็อตที่ใช้ยึดไม้ก็ต้องซื้อ  ตัวละ 8-10 บาท  (ไทยซื้อเหล็กเจ๊กซื้อดินจริงๆ)  หมู่บ้านผมขายโคตรแพง  แต่ก็ต้องทำใจ  เพราะงานนี้ไม่ได้เป๊ะๆ ทุกอย่าง  ต้องใช้วิธีกะประมาณ  จึงไม่สามารถกำหนดได้ว่าน็อตจุดไหนต้องใช้ขนาดเท่าไหร่  


ดูภาพกว้างๆ ของฐานที่ใช้รองรับจักรยานปั๊มน้ำ  ตำแหน่งฐานที่ใกล้สุดคือล้อหลัง  ตรงกลางคือฐานล้อหน้า  ปลายสุดคือฐานปั๊มน้ำ


มาดูจักรยานที่ประกอบเสร็จแล้ว  ล้อหลังผมติดเหล็กฉากไว้แล้ว  รอแค่จับไปตั้งบนฐานเท่านั้นเอง  ส่วนล้อหน้าเหล็กฉากตั้งรอไว้ก่อนหน้านี้  สำหรับสายพานมีข้อแนะนำนิดนึง  ควรใช้สายพานยาวเพื่อให้มีช่วงห่างระหว่างล้อหน้ากับมูเล่ย์ของปั๊มชัก  จะได้ไม่ชิดเกินไป  จริงๆ สายพานที่ผมใช้มีข้อผิดพลาดนิดหน่อยคือ มูเล่ย์ปั๊มน้ำเป็นร่องเล็ก  สำหรับใส่สายพานร่อง A แต่ผมกลับใช้สายพานใหญ่  หรือ ร่อง B ... มันก็ยังหมุนได้เหมือนกัน  แต่ไม่ตรงตามที่ต้องการเท่าไหร่


ต่อไปก็เอาจักรยานมาวางบนฐาน  แล้วยึดน็อตเข้ากับเหล็กฉาก  เพื่อที่จะหาตำแหน่งที่จะวางปั๊มน้ำ  (เริ่มดูเป็นรูปเป็นร่างแล้วใช่ไหม)  ลืมบอกไปว่าความกว้างของฐานจักรยานปั๊มน้ำอยู่ที่ 40 ซม. นะ (เผื่อมีคนอยากรู้)

การกะระยะของผม  ไม่ยากเย็นอะไรครับ  ตำแหน่งของปั๊มน้ำ  ต้องยึดจับด้วยน็อตทั้งหมดรวม 4 ตัว  ไม้ที่ใช้ทำฐานจึงต้องมีทั้งหมด 2 ตัวหลักๆ  

แต่ในที่นี้จะขอประยุกต์ใช้ไม้อีกตัว  เพื่อเข้ามาใ้ช้ปรับความตึงของสายพาน  ตามภาพด้านล่าง


ไม้ฐานตัวที่ 1  จะเป็นไม้ที่ยึดติดกับฐานล่าง (ติดตาย)  แล้วเจาะรูด้านข้างเพื่อใช้สอดน็อตตัวยาวจากไม้ตัวที่ 2 เอาไว้ขันน็อตปรับความตึงของสายพานให้ไ้ด้ตามที่ต้องการ

ไม้ฐานตัวที่ 2  จะเป็นฐานสำหรับยึดปั๊มน้ำ  แต่่ในขณะเดียวกันก็จะเจาะรูด้านข้างให้ตรงกับไม้ตัวที่ 1 สำหรับสอดน็อตปรับความตึงของสายพาน

ไม้ฐานตัวที่ 3 เป็นฐานสำหรับยึดปั๊มน้ำ  ในที่นี่ทำให้สามารถเลื่อนไปมาได้



สังเกตภาพนี้นะครับ

จากภาพจะเห็นว่า  รูที่เจาะด้วยสว่านปกติจะเจาะเพียง 1 รูเท่านั้น แต่ในที่นี้ผมเจาะให้เป็นรูยาวๆ  เพื่อให้ฐานสามารถเลื่อนได้ เมื่อเราต้องการปรับความตึงของสายพาน  เมื่อปรับความตึงได้ที่แล้วค่อยมาขันน็อตที่ปลายไม้ฐานตัวที่ 2-3 ให้แน่นอีกที



กรอบสีเขียว  คือ  ตัวปรับความตึงของสายพาน  จะเลื่อนไปตามทิศทางของลูกศรสีน้ำเงินครับ

วงกลมสีแดง คือ  ตำแหน่งที่ใช้น็อตยึดสามารถเลื่อนไป-มาได้ ตามทิศทางของลูกศรสีน้ำเงิน หรือย้อนกลับ


เอาภาพมาให้ดูเยอะๆ  จะได้นึกออก  ฐานสำหรับวางปั๊มน้ำ

ตำแหน่งที่จะขันน็อตเพื่อปรับความตึงของสายพาน

โดยปกติปั๊มชักจะมีมูเล่ย์สำหรับใส่สายพานเพื่อให้ปั๊มทำงาน  ตัวมูเ่ล่ย์จะมีขนาดสูงกว่าฐานปั๊มน้ำเล็กน้อย  ดังนั้นเราต้องหาไม้ขนาดสูงสัก 1 นิ้วมาทำฐานยกระดับขึ้นมาอีกนิดหน่อย  ทำการเจาะไม้ในฐานตัวที่ 2 และ 3  เพื่อใส่ไม้สูง 1 นิ้วอีกตัว


เสร็จแล้วจะได้แบบนี้


เมื่อยกระดับขึ้น 1 นิ้ว  ตำแหน่งของมูเล่ย์และสายพาน (วงกลมสีน้ำเงิน) จะไม่ไปติดกับฐานตัวแรก (กรอบสีแดง)


ตำแหน่งล้อหน้า  ที่ยกสูงกว่าล้อหลังแล้วตัดให้มีช่องว่างสำหรับล้อและสายพาน  เพื่อเวลาปั่นล้อจักรยานและสายพานจะได้ไม่ติดกับฐานที่ใช้รองรับน้ำหนักล้อหน้า


ตำแหน่งล้อหลัง  ไม่จำเป็นต้องยกสูง  ล้อหลังสามารถติดกับฐานได้เลย  เพราะมันไม่จำเป็นต้องใช้งานอะไร  เอาขอบล้อจักรยานติดกับฐานไว้เพื่อรองรับน้ำหนักของคนที่ขึ้นไปปั่นจักรยานได้อีกจุดหนึ่ง  รองจากเหล็กฉากทั้งสองข้าง


เสร็จแ้ล้ว  ตำแหน่งล้อหน้ากับตัวปั๊มน้ำ จะได้แบบนี้  


ตำแหน่งล้อหลัง  จะได้แบบนี้


เมื่อทุกอย่างได้ที่  เราก็มาปรับความตึงของสายพาน (วงกลมสีแดง)  จากนั้นก็ไปล็อกฐานปั๊มตัวที่ 2 และ 3  โดยขันน็อตให้แน่น  เป็นอันเสร็จเรียบร้อย  พร้อมใช้งาน

พร้อมใช้งานแล้ว  เหลือแต่ยังไม่ได้ต่อท่อดูดน้ำและท่อส่งน้ำ


อีกมุม 

ตอนนี้จักรยานปั๊มน้ำ หรือ จักรยานสูบน้ำ  ยังไม่ได้ทดลอง  ไว้จะมารายงานผลอีกที  งานนี้ไม่ขอสงวนสิทธิ์  ใครจะนำไปเป็นแบบ หรือนำไปประยุกต์ดัดแปลงให้ดีขึ้นกว่าเดิมเชิญตามสบาย  แต่อย่าลืมเอาภาพมาให้ดูบ้าง

ขอบคุณไอเดียดี ๆ จากคุณชาวนา™ สมาชิกเว็บ http://www.kasetporpeang.com
ขอบคุณภาพจาก: kasetporpeang.com
loading...