เทคนิคการเลี้ยงไก่ไข่แบบปล่อย Free-Range

loading...


เทคนิคการเลี้ยงไก่ไข่แบบปล่อย Free-Range


          กาจัดการเลี้ยงไก่ไข่แบบปล่อย ตั้งแต่การปล่อยพื้นในโรงเรือนจนถึงการปล่อยอิสระสู่พื้นที่ภายนอกไม่จำกัด (Barn to free range) นั้นผู้เลี้ยงต้องมีความเข้าใจความต้องการทางพฤติกรรมของไก่ และจัดหาอาหารสัตว์ที่มีคุณภาพและปริมาณเพียงพอ ให้สัตว์ได้รับแสงแดด มีร่มเงา ต้นไม้ คอก โรงเรือนที่กันแดดกันฝนได้ และทำความสะอาดคอก รางน้ำ รางอาหาร และมูลสัตว์สม่ำเสมอ เพื่อประกอบกับการจัดการฟาร์ม ประเด็นสำคัญในการพิจารณา ดังนี้

1. พันธุ์ไก่ไข่
          ควรเลือกใช้พันธุ์ที่ทนทานต่อสภาพแวดล้อมการเลี้ยงแบบปล่อย สามารถหากินตามธรรมชาติได้ดี ใช้อาหารสัตว์ที่มีในท้องถิ่นได้ดี แข็งแรง ทนโรค ให้ผลผลิตดี และไม่ตัดปาก


2. เลือกพื้นที่
          เป็นพื้นที่ห่างจากที่อยู่อาศัย อาจเป็นสวนหลังบ้าน สวนผลไม้ สวนป่า หรือที่โล่งมีหญ้าปกคลุม เมื่อเลือกพื้นที่ได้แล้วกั้นบริเวณด้วยอวน ตาข่าย จำนวนไก่ไข่ที่เลี้ยงไม่ควรเกิน 200-300 ตัว/ไร่ ขึ้นอยู่กับความหลากหลายทางชีวภาพธรรมชาติของอาหารที่ไก่ได้จิกกิน ภายในพื้นที่อาจกั้นเป็นแปลงหมุนเวียนก็ได้


3. โรงเรือน
          เป็นที่หลบแดด หลบฝน หลบภัยให้กับสัตว์ พื้นที่ภายในโรงเรือน 4-5 ตัว/ตร.ม. ภายในโรงเรือนมีคอนนอน มีรังไข่อย่างน้อย 7 แม่/รัง


4. อาหารสัตว์
          อาหารสัตว์ส่วนหนึ่งมาจากธรรมชาติ โจทย์การเลี้ยงไก่ไข่แบบปล่อย คือการใช้วัตถุดิบอาหารสัตว์ท้องถิ่น ฉะนั้นสูตรอาหารสัตว์จะไม่เป็นสูตรสำเร็จขึ้นกับสภาพการเลี้ยงปล่อย โดยผู้เลี้ยงจะต้องทดลองด้วยตนเอง มีหลักเกณฑ์พิจารณาดังนี้

          4.1 ปล่อยอิสระ Free-Range มีความหลากหลายทางชีวภาพ เช่น หญ้า สมุนไพร แมลง หนอน สัตว์ธรรมชาติ
อาหารจากธรรมชาติ - ไก่ได้รับโปรตีน ไวตามิน แร่ธาตุ สารต้านอนุมูลอิสระ สมุนไพรจากธรรมอย่างเพียงพอ
อาหารเสริม - เสริมด้วยแหล่งพลังงาน เช่น รำ ปลายข้าว ข้าวโพด มันสำปะหลัง
การใช้ตามภูมิปัญญา - หยวกกล้วย รำ ปลายข้าว หรือเข้าเปลือก

          4.2 ปล่อยอิสระ Free-Range แต่มีความหลากหลายทางชีวภาพไม่เพียงพอ เช่นเป็นพื้นที่ดินเปลือย ไม่มีพืชหญ้า สมุนไพรปกคลุมอย่างเพียงพอต่อสัตว์
อาหารจากธรรมชาติ - ได้รับสารอาหารจากธรรมชาติ โปรตีน ไวตามิน แร่ธาตุ สารต้านอนุมูลอิสระ อาจไม่เพียงพอ
อาหารเสริม - เสริมด้วยแหล่งพลังงานโปรตีน โปรไบโอติก เอ็มไซม์ กรดอะมิโน ฮอร์โมนจากกระบวนการหมักด้วยจุลินทรีย์
การใช้ตามภูมิปัญญา - หยวกกล้วย ผัก พืชสีเขียว, รำ ปลายข้าว ข้าวโพด, น้ำหมักเศษปลา หอยเชอรี่ หรือถั่วเหลือง ถั่วเขียวคั่วบด ใบกระถิน ใบมันสำปะหลังแห้ง, น้ำหมักผลไม้, สมุนไพร บอระเพ็ด ฟ้าทะบายโจน ขมิ้นชัน ไพล เป็นต้น

          4.3 ปล่อยในพื้นที่ภายนอก Access to Outdor ไม่มีความหลากหลายทางชีวภาพอย่างเพียงะอ
อาหารเสริมจากธรรมชาติ - สารอาหารจากธรรมชาติไม่เพียงพอ
อาหารเสริม - ต้องได้รับสารอาหารครบหมู่
การใช้ตามภูมิปัญญา - เช่นเดียวกับข้อ 4.3

5. เทคนิคการดูแลสุขภาพไก่ไข่แบบองค์รวม
          "อาหารเสริมสุขภาพระบบย่อยอาหาร Nutraceutical Concept For Gut Health" เป็นวิทยาการด้านอาหารสัตว์ในปัจจุบัน เดิมในยุค 40 ปีก่อน การคำนวณสูตรอาหารจะคำนึงถึงโภชนะที่ย่อยได้ให้เพียงพอต่อความต้องการของไก่ไข่ ในยุคต่อมาเสริมด้วยไวตามิน แร่ธาตุ ต่อมามีการเสริมด้วยกรดอะมิโนสังเคราะห์ แต่ในปัจจุบัน วิทยาการด้านอาหารไก่ไข่จะต้องมีการเชื่อมต่อความรู้หลายสาขามาขึ้น เช่น การให้อาหารที่ไก่ไข่สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้ทันที เช่น เอมไซม์ กรดอะมิโน ที่ได้รับการปมักบ่มด้วยจุลินทรีย์และอาหารเป็นยา เช่นสมุนไพร เป็นต้น


          สุขภาพของทางเดินอาหารเป็นกลไกสำคัญในการใช้ประโยชน์ของสารอาหาร ในชำไส้เล็ก มี Villi ทำหน้าที่เป็นตัวกรองและอนุญาตให้สารอาหารที่ย่อยสมบูรณ์ผ่านเข้ากระแสเลือดไปเลี้ยงเซลล์ต่าง ๆ ของร่างกาย ถ้าสมดุลของจุลินทรีย์ไม่เหมาะสม หรือมีจุลินทรีย์ก่อโรค หรือ เชื้อโรคมากทำให้ขับสารพิษออกมายึดเกาะ Villi เกิดภาวะทำให้ Villi ดูดซึมอาหารไม่หมดและไม่สามารถกรองเชื้อโรคได้ ทำให้เข้าไปในกระแสเลือดเกิดโรคต่าง ๆ ขึ้น นอกจากนี้ในลำใส้มีต่อมน้ำเหลืองเป็นส่วนสำคัญในการสร้างภูมิคุ้มกันกรณีมีเชื้อแปลกปลอมเข้าไปในร่างกาย จุลินทรีย์ในลำไส้มี 2 ประเภทคือ 1. จุลินทรีย์ที่มีประโยชน์ และ 2. จุลินทรีย์ก่อโรค


จุลินทรีย์ที่มีประโยชน์ และ จุลินทรีย์ก่อโรค ในลำไส้ไก่ไข่ คือ


จุลินทรีย์ที่มีประโยชน์ และ จุลินทรีย์ก่อโรค ในลำไส้ไก่ไข่ คือ


          ในสุขภาพของทางเดินอาหารเป็นกลไกสำคัญในการใช้ประโยชน์ของสารอาหาร ในลำไส้เล็กมี Villi ทำหน้าที่เป็นตัวกรองและอนุญาตให้สารอาหารที่ย่อยสมบูรณ์ผ่านเข้ากระแสเลือดไปเลี้ยงเซลล์ต่าง ๆ ของร่างกาย ถ้าสมดุลของจุลินทรีย์ไม่เหมาะสม หรือมีจุลินทรีย์ก่อโรค หรือเชื้อโรคมากทำให้ขับสารพิษออกมายึกเกาะ Villi เกิดภาวะทำให้ Villi ดูดซึมอาหารไม่หมดและไม่สามารถกรองเชื้อโรคได้ ทำให้เข้าไปในกระแสเลือดเกิดโรคต่าง ๆ ขึ้น นอกจากนี้ในลำใส้มีต่อมน้ำเหลืองเป็นส่วนสำคัญในการสร้างภูมิคุ้มกันกรณีมีเชื้อแปลกปอมเข้าไปในร่างกาย ซึ่งจุลินทรีย์ในลำใส้มี 2 ประเทภคือ

1. จุลินทรีย์ที่มีประโยชน์ (Beneficial Microorganisms) ได้แก่
          - กลุ่ม Lactobacillus, Bifidobacter เป็นพวกที่ทนต่อความเป็นกรดและน้ำดี ทำให้สามารถมีชีวิตถึงลำไส้ส่วนปลาย จุลินทรีย์กลุ่มนี้จะผลิต Lactic acid, Lactase, Acidolin< Hydrogen peroxide, Vitamins ที่เป็นประโยชน์ต่อสัตว์ ผลิตสารคล้ายปฏิชีวนะที่สามารถยับยั้งเชื้อจุลินทรีย์ก่อโรคกลุ่ม Salmonella, E.coli และ Clostidium botulinium ได้เป็นอย่างดี และส่งเสริมการใช้ประโยชน์ของอาหาร และกระตุ้นการสร้างภูมิคุ้มกันโรคในลำไห้

          - Bacillus Subtilis ซึ่งสามารถใช้ผสมในอาหารและยังมีความคงตัวอยู่ สร้างเอนไซม์ช่วยย่อยโปรตีนและแป้ง เช่น Amylase, Protease, Hemicellulase ทำให้อาหารดูดซึมไปใช้ประโยชน์ต่อร่างกายไก่ไข่สูงขึ้น ลดกลิ่นในมูลสัตว์

          - Pediococcus SP. สร้างสาร Bacteriocins ที่เรียกว่า Pediocin เป็นสารคล้ายปฏิชีวนะ ทนต่อความร้อนและความเป็นกรด ฆ่าเชื้อก่อโรคได้หลายชนิด ใช้ในอุตสาหกรรมถนอมอาหาร และเป็น Feed Additive เนื่องจากมีฤทธิ์ฆ่าเชื้อ Listeria Monocytogenes, Clostridium Perfringens, Enterococcus Feacalis และ Staphylococcus Aureus

          - Yeast (Saccharomyces Cerevisiae) มีรายงานว่าผนังเซลล์ของยีสต์ประกอบด้วย Mannanoligosaccharides (MOS) 45% สามารถสร้างสาร Cytokine และ Bata-Glucan กระตุ้นให้สร้างสารกรุตุ้นภูมิคุ้มกันแบบไม่จำเพาะในลำไส้ได้ และในต่างประเทศได้ใช้เทคโนโลยีชีวภาพมาพัฒนาผลิตภัณฑ์โดยการหมักบ่มด้วยจุลินทรีย์ผสมทั้งแบคทีเรียและยีสต์ดังได้กล่าวข้างต้นได้ผลิตภัณฑ์ที่เป็นทั้ง Probiotics และ Prebioties ทำให้เพิ่มอัตราการเจริญเติบโต เพิ่มการกินได้ เพิ่มการย่อยของอาหาร กระตุ้นการสร้างภูมิคุ้มกัน และลดอัตราการตายในสัตว์

2. จุลินทรีย์ก่อโรค (Pathogenic Microorganisms) ได้แก่ คอริฟอร์ม แซลโมเนลล่า คลอสตริเดี่ยม ซิกิลล่า และสเตโฟโลคอคคัส หากมีมากทำให้อาหารเป็นพิษ ท้องเสีย การใช้ประโยชน์อาหารลดลง การให้ผลผลิตต่ำในสภาพปกติ จุลินทรีย์ที่เป็นประโยชน์ : จุลินทรีย์ก่อโรค ที่สมดุลควรเป็น 90 : 10 ปัจจัยที่มีผลต่อสมดุลของจุลินทรีย์ในลำใส้ คือ การให้ยา ความเครียด และสิ่งแวดล้อมที่ได้รับ เช่นการปรับเปลี่ยนอาหาร อากาศ/อาหารที่ย่อยยาก และการได้รับเชื้อโรค

          ผลิตภัณฑ์ธรรมชาติที่เรียกว่า Probiotics และ Prebiotics เป็นเทคนิคการควบคุมจุลินทรีย์ก่อโรคในลำไส้ การหมักบ่มด้วยจุลินทรีย์ และสารสมุนไพรผนวกกับความรู้ทางวิทยาศาสตร์แทคโนโลยีชีวภาพการคัดสายพันธุ์จุลินทรีย์เพื่อสกัดจุลินทรีย์ที่เป็นประโยชน์ และหรือสกัดสารสำคัญจากกระบวนการหมัก เช่น กรดอะมิโน เอ็มไซม์ ไวตามิน สารต้านอนุมูลอิสระ เพื่อนำมาผสมอาหารหรือน้ำให้ไก่ไข่กินเสริมสร้างสุขภาพ Probiotics เป็นกลุ่มจุลินทรีย์ที่เป็นประโยชน์ต่อสัตว์ที่เมื่อสัตว์กินเข้าไปแล้วทำให้ปรับสมดุลของเชื้อจุลินทรีย์และต้านจุลินทรีย์ก่อโรค โดยจุลินทรีย์กลุ่มนี้จะเกาะอยู่กับผนังลำไส้และสร้างสภาวะกรดอ่อน ๆ เช่น กรดแลคติก ยับยั้งการเจริญของแบคทีเรียก่อโรค นอกจากนี้ยังสร้างเอนไซม์ ไวตามิน อีกทั้งเพิ่มภูมิคุ้มกันของร่างกายสัตว์ และขจัดสารพิษจากจุลินทรีย์ก่อโรคที่ขับออกมา Prebiotics เป็นสารอาหารที่ไม่ถูกย่อยในกระเพาะเป็นประโยชน์ต่อสัตว์โดยส่งเสริมการเติบโตและกิจกรรมจุลินทรีย์ที่เป็นประโยชน์ในลำไส้ สารอาหารบางชนิดจะทำหน้าที่จับกินเชื้อก่อโรค

ขอบคุณบทความดีๆ จาก: ไข่ ไก่ อินทรีย์ อารมณ์ดี , http://goodorganicegg.blogspot.com