เกษตรกรไทย ‘เลี้ยงไก่ไข่อินทรีย์’ เป็นรายได้เสริมสร้างมูลค่า ขั้นต่ำ 10,000/เดือน ช่วยให้ชีวิตดีขึ้น

loading...

เกษตรกรหลายท่านกำลังมองหารายได้เสริมนอกจากพืช ผักที่ปลูกกันอยู่ วันนี้เราจะพาพี่น้องมาดู การเลี้ยง ไก่ไข่อินทรีย์เพื่อสร้างรายได้เสริมกัน พื้นที่เกือบ 3 ไร่ของ นางธนภรณ์ อุ่นชู อายุ 59 ปี เกษตรผู้เลี้ยงไก่ หมู่ 8 ต.ดอนแร่ อ.เมือง จ.ราชบุรี ที่ได้จัดแบ่งปลูกไผ่ลวกหวาน อีกส่วนหนึ่งทำเป็นคอกเลี้ยงไก่ไข่ประมาณ 140 ตัว และปล่อยเลี้ยงให้คุ้ยเขี่ยหากินเองในป่าไผ่ตามธรรมชาติ จนได้ไข่ไก่อินทรีย์ที่มีคุณภาพ

นางธนภรณ์บอกว่า เริ่มเลี้ยงไก่ได้ประมาณ 3 ปี เป็นรุ่นที่ 2 ประมาณ 140 ตัว ให้กินอาหารผสมหยวกกล้วยคลุกเคล้าปนกับรำข้าวและอาหารไก่วันละ 2 เวลา กลางวันก็จะปล่อยเลี้ยงตามธรรมชาติในป่า ไผ่ลวกหวานที่ปลูกไว้ขายหน่อ ให้ไก่ได้กินปลวก แมลง เป็นอาหาร นอกจากจะเก็บไข่ไก่ขายได้แล้ว ยังจะเก็บหน่อไม้ที่ปลูกไว้ขายได้อีก


โดยผลผลิตหน่อไม้มีขนาดโตสมบูรณ์เพราะได้ปุ๋ยบำรุงดินดีจากมูลไก่ที่ถ่ายไว้ตามโคนกอไผ่ ได้ประโยชน์โดยไม่ต้องไปซื้อปุ๋ยบำรุงดิน ทำให้ลดต้นทุนได้อีก เพียงรดน้ำให้เกิดความชุ่มชื่น ทั้งไก่และหน่อไม้อยู่แบบสมดุลกัน ไข่ไก่ที่ได้จะแบ่งขายไว้หน้าบ้านที่เปิดเป็นร้านค้า อีกส่วนจะส่งขายให้ประธานกลุ่มผู้เลี้ยงไก่ไข่อินทรีย์ ต.ดอนแร่


ความแตกต่างของไข่อินทรีย์ที่ได้จะมีความโดดเด่นต่างจากไข่ไก่ตามท้องตลาดทั่วไป เนื่องจากไข่ไก่อินทรีย์จะมีความสดใหม่ เวลาตอกไข่จะมีมอนไข่จับเป็นก้อนสีเข้มแดงกว่าและไม่มีน้ำเหลว บริเวณเปลือกจะหนากว่าไข่ไก่ทั่วไป เนื่องจากปล่อยเลี้ยงให้คุ้ยหากินปลวกและแมลงในดงกอไผ่ตามธรรมชาติ


“การเลี้ยงช่วงนี้เป็นรุ่นที่ 2 เป็นไก่สาว ช่วงแรกๆ ยังออกไข่ไม่ครบทุกตัว ได้ประมาณวันละ 100-120 ฟอง 1 เดือน ได้ไข่ไก่ประมาณ 3,600 ฟอง สร้างรายได้ให้ประมาณ 14,400 บาท หักต้นทุนค่าอาหารประมาณ 4,000 บาทต่อเดือน ทำให้ยังมีเงินเหลือประมาณ 10,000 บาท” นางธนภรณ์กล่าว


นายสุพจน์ สิงโตศรี อายุ 51 ปี ประธานกลุ่มผู้เลี้ยงไก่ไข่อินทรีย์ ต.ดอนแร่ กล่าวว่า ในกลุ่มขณะนี้มีสมาชิกที่เลี้ยงไก่ไข่อยู่ประมาณ 4 ครัวเรือน แต่ละบ้านจะมีการเลี้ยงประมาณ 100-300 ตัว ส่วนตัวเลี้ยงประมาณ 20 ตัว เพราะว่าส่วนหนึ่งจะมีการจัดการเรื่องตลาดกับสมาชิกในการขายไข่ไก่ นอกจากนี้ยังมีอายุการเลี้ยงค่อนข้างนานกว่าไก่ในฟาร์ม อยู่ได้ประมาณ 3-4 ปี เลี้ยงแบบให้อยู่กับธรรมชาติบริเวณกอไผ่ ไก่ก็จะหาอาหารกินเสริม โดยไก่จะได้กินปลวก มด แมลงที่อาศัยในกอไผ่


ถ้าเกษตรกรมีพื้นที่ มีต้นไม้ ต้นกอไผ่ที่ร่มเย็น เป็นต้นตะขบหรือผลไม้ต่างๆ หรือมีแมลงวันทองเจาะกินร่วงหล่น สามารถนำไก่ไข่มาปล่อยในอัตราส่วน 20 ตัวต่อ 100 ตารางเมตร เพื่อให้ไก่ได้คุ้ยหาอาหาร ซึ่งไก่ไข่จะมีนิสัยค่อนข้างอิสระ ต้องมีพื้นที่ที่เพียงพอในการออกกำลังกาย ดังนั้นกลุ่มเกษตรกรหรือชาวบ้านสามารถจะเลี้ยงเป็นอาชีพเสริมหรืองานอดิเรกได้


ถ้าเป็นไก่ปล่อยที่เลี้ยงตามธรรมชาติ ส่วนใหญ่จะให้ผลผลิตไข่อยู่ประมาณ 80-90 เปอร์เซ็นต์ ดีและยังมีอายุไก่ไข่ที่ยาวนานกว่าไก่ธรรมดาประมาณ 3 เท่าตัว


บางคนเลี้ยงอยู่ประมาณ 3-4 ปี จึงจะปลดไก่ออกแล้วไปจับรุ่นใหม่มาเลี้ยงแทน ทิศทางตลาดไปได้ดี มีออเดอร์สั่งไข่อินทรีย์เข้ามามากจนไม่พอขาย จึงมีแนวคิดที่จะขยายการเลี้ยงไก่ไข่อินทรีย์เพิ่มอีกในอนาคตเพื่อเพิ่มยอดการผลิตให้ทันลูกค้า

สำหรับรสชาติความแตกต่างระหว่างไข่อินทรีย์กับไข่ในท้องตลาดทั่วไป ความสม่ำเสมอของฟองจะไม่ค่อยเท่ากันคือ ความเข้มข้นของไข่ขาวและไข่แดงจะมีมอนค่อนข้างนูนมากกว่าไข่ไก่ธรรมดา เวลาผู้บริโภคนำไปทอดรับประทานจะไม่มีกลิ่นคาว มีกลิ่นหอมอ่อนๆ เวลาจะเลือกซื้อไข่ให้ดูที่เปลือก จะค่อนข้างหนามากกว่าไข่ไก่ธรรมดา

โดยมากผู้นิยมรับประทานจะมีหลายกลุ่ม เช่น คนที่รักสุขภาพ ผู้สูงอายุ และยังมีเด็กๆ ที่ผู้ปกครองนำไปให้รับประทาน

ขอขอบคุณ : สนุกเกษตร / รูปภาพจากอินเตอร์เน็ตทุกแหล่งที่มา